เมียนมาเลือก ส.ส. เข้าสู่ทั้ง 3 สภา รวมทั้งสิ้น 1,142 คน เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2553
การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมา ที่จะมีการหย่อนบัตรลงคะแนนในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 ถือว่าเป็นการเลือกตั้งเสรีในรอบ 25 ปี นับจากการเลือกตั้งทั่วไปปี 2533
ประเทศเมียนมา มีประชากรทั้งสิ้น 51 ล้านคน แต่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งราว 33 ล้านคน และรายงานจาก กกต.เมียนมาพบว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีพรรคการเมืองที่ลงสมัครทั้งสิ้น 93 พรรค มีผู้ลงชิงชัยในทุกสภาจำนวน 6,189 คน
แม้จะมีพรรคการเมืองมากกว่า 90 พรรค แต่ก็มีเพียงสองพรรคใหญ่ที่แข่งขันกันอย่างเต็มที่
พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party: USDP) หรือ “พรรคสิงห์ขาว” ที่มีประธานาธิบดีเต็งเส่ง และกองทัพให้การสนับสนุน
พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy: NLD) หรือ “พรรคยูงทอง” ของอองซานซูจี
ส่วนพรรคการเมืองของชาติพันธุ์ที่น่าสนใจคือ พรรคสันนิบาตแห่งชาติไทใหญ่เพื่อประชาธิปไตย (Shan Nationalities League for Democracy -SNLD) หรือ “พรรคหัวเสือ” ซึ่งมีขุนทุนอูเป็นผู้นำพรรค และมีฐานเสียงอยู่รัฐฉาน
การเลือกตั้งในเมียนมา ค่อนข้างซับซ้อนและแตกต่างจากบ้านเรา เพราะมี 3 สภา
ฉะนั้น ประชาชนที่จะเข้าคูหาเลือกตั้งก็ต้องถือ “บัตรเลือกตั้ง 3 ใบ” ก่อนจะปั๊มเครื่องหมายถูกลงบนช่องให้เลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง
1.สภาระดับชาติหรือรัฐสภาของพม่า Pyidaungsu Hluttaw มีอยู่ 2 สภาด้วยกันคือ
-สภาประชาชน หรือ สภาผู้แทนราษฎร (House of representatives – Pyithu Hluttaw) ประกอบด้วยสมาชิก 440 ที่นั่ง โดย 330 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งในแต่ละอำเภอละ 1 คน จากทั่วประเทศ 330 อำเภอ ที่เหลือถูกแต่งตั้งมาจากกองทัพ
-วุฒิสภา หรือ สภาชนชาติ (House of Nationalities -Amyotha Hluttaw) ประกอบด้วยสมาชิก 224 ที่นั่ง โดย 168 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง ภาคหรือเขตละ 12 คน และ 56 คน ถูกแต่งตั้งมาจากกองทัพ
2.สภาภูมิภาคและสภารัฐ (Regional and State Parliament) มีสมาชิกทั้งสิ้น 885 ที่มาจากการเลือกตั้ง 665 ที่นั่ง ที่เหลือมาจากกองทัพ โดยสภาภูมิภาคนั้นหรือสภารัฐนั้น ในแต่ละอำเภอจะมี ส.ส.ได้ 2 ที่นั่ง
รวมแล้ว วันอาทิตย์นี้ จะมีการเลือก ส.ส.เข้าสู่ทั้ง 3 สภา รวมทั้งสิ้น 1,142 คนเหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2553 จริงๆแล้ว การเลือกตั้งทั่วไป จึงเลือกแค่ร้อยละ 75 เนื่องจากร้อยละ 25 เป็นโควตาแต่งตั้งของทหารตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้


