กรธ.เคาะกกต. 7 คน วาระ 7 ปี เผยคิดผลการเลือกตั้งใหม่ ยันหลักการทุกคะแนนเสียงมีความหมาย
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญว่า ที่ผ่านมาทาง กรธ. ได้พิจารณาในหมวดขององค์กรอิสระ โดยได้แยกหมวดของศาลรัฐธรรมนูญออกจากหมวดองค์กรอิสระ เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยนายนรชิตกล่าวว่า เท่าได้คุยกับที่ประชุม จะนำให้ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในหมวดของศาล
นอกจากนี้ กรธ. ยังได้ระบุให้องค์กรอิสระต้องรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาให้ทราบทุกปี รวมถึงต้องทำรายงานเผยแพร่ต่อสาธารณะด้วย นอกจากนี้ยังให้สิทธิกับส.ส. และ ส.ว. รวมถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ในกรณีต่างๆ เช่น ทุจริตในหน้าที่เป็นต้น
ทั้งนี้ กรธ. ยังได้พิจาณาในส่วนขององค์กระกอบของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) โดยจะมีจำนรวน 7 คน มาจากผู้พิกาษาจำนวน 2 คน และจากสาขาวิชาการต่างๆอีก 5 คน และจะมีวาระดำรงตำแหน่ง 7 ปี ทั้งนี้ในส่วนของการสรรหานั้นจะมีการลงในรายละเอียดอีกที ขณะที่การเพิ่มหน้าที่และอำนาจเบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจน แต่เบื้องต้นยังให้ดำเนินจัดการแล้วตั้งและดูแลการดำเนินการของพรรคการเมือง นอกจากนี้ยังให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติหน้าที่ตามมติของ กกต. เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายนรชิต กล่าวอีกว่า ในวันนี้กรธ. ได้พิจารณาวิธีการคำนวณผลการเลือตั้ง โดยได้พิจารณาความเห็นจากทุภาคส่วนมาพิจารณาใหม่ เพื่อให้ได้สูตรคิดคำนวณที่สะท้อนความนิยมคะแนนของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง โดยเบื้องต้น กรธ. ได้มีแนวคิดนำคะแนนการเลือกตั้ง ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้มาคิด สัดส่วนของ ส.ส. ในรัฐสภา จากนั้นก็จะดูว่าแต่ละพรรคได้ ส.ส. เขตเท่าไหร่ หากขาดก็ให้นำ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคไปเติมให้เต็มตามสัดส่วนจำนวนที่นั่ง ที่คิดจากของคะแนนผลการเลือกตั้งทั้งหมด
แต่ถ้าได้จำนวน ส.ส. เขตครบตามสัดส่วนของที่นั่งหรือได้เกิน ก็จะไม่ตัดจำนวน ส.ส. ของเขาออกไป แต่จะไม่ได้ ส.ส. ในส่วนของบัญชีรายชื่อ ซึ่งวิธีคิดนี้ต่างจากเมื่อก่อนที่จะนำเพียงคะแนนของผู้แพ้มาคิดคำนวณเพียงอย่างเดียว โดยการคิดคำนวณแบบนี้ยังคงตอบโจทย์ของกรธ. ก็คือกาบัตรใบเดียวเป็นที่เข้าใจง่าย และทุกคะแนนเสียงมีความหมาย
ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ กรธ. หากมีความชัดเจนแล้ว ทางโฆษกกรธ. จะแจ้งให้ทราบในคราวต่อ





