"พล.อ.ประวิตร"ถกประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน ห่วงปัญหาทะเลจีนใต้ กระทบเสรีภาพการเดินทางเรือ-อากาศ แนะยึดกฎหมายระหว่างประเทศแก้ปัญหา
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง ผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน กับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 3 ( 3rd ADMM – Plus) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ โดย รมว.กห.อาเซียน ได้แลกเปลี่ยนทัศนะประเด็นความมั่นคงในภูมิภาคกับประเทศคู่เจรจาอีก 8 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ และรัสเซีย โดยเห็นร่วมกันว่า ภัยคุกคามจากไซเบอร์ การก่อการร้าย ภัยพิบัติทางธรรมชาติและความมั่นคงทางทะเล เป็นความท้าทายที่สำคัญของภูมิภาคที่ต้องให้ความร่วมมือกันใกล้ชิดมากขึ้น การประชุม รมว.กห.อาเซียนกับรมว.กห.ประเทศคู่เจรจา เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้น การสร้างความเข้าใจร่วมกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ตลอดจนการฝึกร่วมกันมีความสำคัญต่อการสร้างเสถียรภาพของภูมิภาค
พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ของประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นข้อกังวลร่วมกันถึงเสรีภาพในการเดินเรือและการเดินอากาศ โดยเห็นร่วมกันว่าปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและเคารพสิทธิกันและกัน ยึดกฏหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฏหมายทะเล ควรระงับยับยั้งการยั่วยุและการใช้กำลังทหารที่อาจก่อความรุนแรง โดยเชื่อมั่นร่วมกันว่าความร่วมมือดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพและรักษาความมั่นคงของภูมิภาคร่วมกัน
หลังจากนั้น ที่ประชุมได้ร่วมพิธีส่งมอบการเป็นประธาน รมว.กห.อาเซียน ปี 59 ให้กับกระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตรได้ร่วมประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงของช่องแคบมะละกา ร่วมกับรมว.กห.มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยเห็นชอบร่วมกันที่จะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อกระชับความร่วมมือกันและเพิ่มมาตรการดูแลความมั่นคงทางทะเลในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะปัญหาโจรสลัด
ต่อจากนั้น ได้หารือทวิภาคีร่วมกับ รมว.กห. อินเดียและคณะ โดยรมว.กห.อินเดียได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมกับขอบคุณไทย ที่ได้เชิญทหารอินเดียเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการฝึก Cobra Gold ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาและกระชับความร่วมมือทางทหาร และความมั่นคง รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วมกันต่อไป
ทั้งนี้ เวทีการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน และการประชุมรมว.กห.อาเซียนกับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา เป็นกลไกในการพัฒนาและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ความร่วมมือทางทหารระหว่างกันที่สำคัญยิ่ง ของเสาหลักประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ที่มีพัฒนาการร่วมกันที่เป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียนมีเสถียรภาพ สันติภาพและความมั่นคง อันจะช่วยเสริมสร้างเอกภาพและเสถียรภาพต่อการขับเคลื่อนเสาหลักประชาคมเศรษฐกิจและเสาหลักประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อันจะนำมาซึ่งความสงบและสันติสุขของประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืนสืบไป





