"ปริญญา"ชี้ระบบเลือกตั้งใหม่แบบจัดสรรปันส่วน อาจสร้างปัญหาว่าจ้างผู้ลงสมัคร เพื่อปั้มคะแนนเสียง ขัดเจตนาของประชาชน พรรคใหญ่ถูกลดสิทธิ์
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอว่า การที่ กรธ. พยายามออกแบบการเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกเสียงมีความหมาย และคะแนนของผู้แพ้ไม่ตกน้ำ ถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่ดี แต่ระบบนี้ก็อาจจะมีเสียงทักท้วงได้ เนื่องจากวิธีการคิดคะแนนที่นำแต่คะแนนของผู้แพ้มาคิดอย่างเดียวนั้น ก็อาจจะทำให้เสียงส่วนใหญ่เข้าใจได้ลำบาก
อีกทั้งระบบการเลือกตั้งแบบนี้ไม่เพียง ส่งผลกระทบต่อพรรคใหญ่เท่านั้น หากจะส่งผลกระทบต่อพรรคขนาดกลางและเล็กด้วย เนื่องจากสมัยก่อน พรรคเหล่านั้นส่งเพียงบัญชีรายชื่อเดียว ก็สามารถลงสมัครได้ทุกเขต แต่คราวนี้กลายเป็นว่าพรรคจะต้องส่งผู้สมัครลงให้มากเขตที่สุด เพื่อที่จะได้คะแนน โดยเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือจะเกิดปรากฏการณ์การว่าจ้างให้สมัครลงเลือกตั้ง เพื่อให้ได้เขตมากที่สุด ซึ่งส่วนตัวยังไม่ทราบว่าทางกรธ.ได้มีการลงรายละเอียดของปัญหานี้หรือไม่
ทั้งนี้นายปริญญา กล่าวว่า ระบบการเลือกตั้งดังกล่าว ยังจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของประะชาชน เนื่องจากนำแต่คะแนนของผู้แพ้แบบแบ่งเขตมาคิดคำนวณหา ส.ส. บัญชีรายชื่อเท่านั้น ออีกทั้งยังส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนที่เลือกพรรคใหญ่ ที่เขาอาจจะเข้าใจว่าโดนลดสิทธิในการเลือกตั้งลง
นายปริญญา กล่าวอีกว่า เห็นด้วยกับ กรธ. ที่ระบุว่าระบบการเลือกตั้งที่ผ่านมามีปัญหา เช่นมีเขตเลือกตั้งจำนวนมากที่ผู้สมัครเสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้เสียงเกินครึ่งของคนในพื้นที่ แต่กลับได้เป็นส.ส. โดยเรื่องระบบการเลือกตั้งจะเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไข และวิธีการนั้นจะต้องไปเป็นประตูสู่ปัญหาใหม่ด้วย ดังนั้นการที่กรธ. ระบุว่าต้องการให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย คิดว่ามาถูกทาง แต่จะต้องออกแบบให้ระบบการเลือกตั้งที่พรรคทุกพรรคได้ ส.ส. ตามสัดส่วนความเป็นจริง และสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนผู้ใช้สิทธิ์
"หากกรธ. อยากจะใช้ระบบเลือกตั้งที่ทำให้ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย ผมคิดว่าระบบสัดส่วนเหมาะสมที่สุด คือเอาคะแนนที่เลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งของผู้ชนะและผู้แพ้มาคิดคำนวณ หาจำนวน ส.ส. ในสภาทั้งหมด แล้วไปดูว่าแต่ละพรรคได้ ส.ส. แบบแบ่งเขตเท่าไหร่ แล้วขาดคนเท่าไหร่ถึงจะได้สมาชิกตามสัดส่วนที่คิดมา ให้นำ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเติมลงไป หากทำแบบนี้ก็ ผลลัพธ์ก็ก็คือ ทุกพรรคจะได้จำนวน ส.ส. ตามสัดส่วนความเป็นจริง ซึ่งหมายความว่า ทุกเสียงมีความหมาย"นายปริญญา กล่าวว่า
นายปริญญา กล่าวว่า ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขปัญหาอื่นๆได้ แต่ถ้าเรื่องของการเลือกตั้งมีปัญหา ประชาชนผู้ที่มีสิทธิ์ลงมติต่อร่างรัฐธรรมนูญก็อาจจะลงมติไม่รับร่างได้ ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงประชาชน ซึ่งต้องดูต่อไปว่าทาง กรธ. จะมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร ถ้าประชาชนไม่คัดค้านก็เดินหน้าต่อไปได้ แต่ตนคิดว่าเรื่องนี้จะมีประชาชนสงสัยอยู่พอสมควร


