"เจษฎ์" คณบดีนิติฯ ม.ธุรกิจบัณฑิต แจงนอมินีตามระบบเลือกตั้งใหม่เกิดยาก เหตุเสี่ยงไม่ได้รับเลือกตั้ง
นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต กล่าวถึงกรณีข้อกังวลเรื่องการตั้งพรรคนอมินี เนื่องจากการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมว่าการที่ให้กาบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ ความเป็นนอมินีจะเกิดอันตรายมากกว่า การให้กาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะหากพรรคใหญ่ได้ส.ส.เขตเลือกตั้งแล้วจะไม่ได้ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ก็ต้องส่งพรรคกรเมืองอื่นเป็นนอมินีเพื่อให้ได้คะแนนนิยมมากพอที่จะไปคำนวณในแบบบัญชีรายชื่อ เช่น พรรคการเมืองใหญ่ เชื่อว่าจะได้แน่ในภูมิภาค เอ ขณะที่ภูมิภาค บี นั้นพรรคการเมืองใหญ่รู้ตัวว่าได้คะแนนน้อย จึงส่งพรรคการเมืองนอมินีไปลงในภูมิภาค บี เพื่อให้ตัดคะแนนพรรคใหญ่ในภูมิภาคบี หากในภูมิภาค บี พรรคนอมินีได้คะแนนนิยมและนำไปคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้จำนวน 5 คน ก็เอามารวมกับพรรคการเมืองใหญ่ได้
แต่การตัดสินใจด้วยระบบจัดสรรปันส่วนผสมนั้น การตัดสินใจให้คะแนนของประชาชน จะทำได้เพียงครั้งเดียว คือ จะกาให้พรรคใหญ่ หรือกาให้พรรคเล็ก ต้องตัดสินใจให้ชัดเจน เพราะหากให้คะแนนกับผู้สมัครของพรรคใหญ่ ผู้สมัครของพรรคเล็กก็จะไม่ได้คะแนน หรือหากให้คะแนนผู้สมัครของพรรคเล็ก ผู้สมัครของพรรคใหญ่ก็จะไม่ได้คะแนนตรงนั้น ดังนั้นวิธีจึงเป็นวิธีที่เสี่ยงของการส่งนอมินีลงรับเลือกตั้งและหากจะทำจริงก็เป็นไปได้ยาก
“เช่น คุณกับผมเราอยู่คนละพรรค คุณอยู่พรรคหลัก แน่นอนว่าจะได้รับเลือกตั้งแบบเขตแน่นอน ส่วนผมอยู่พรรคเล็ก และยอมเป็นนอมินีให้คุณ หากคุณต้องการให้ผมได้คะแนนเยอะ คุณต้องยอมตัดคะแนนของตนเอง เพื่อส่งคะแนนนั้นมาให้ผม หากไปลงพื้นที่หาเสียงและบอกชาวบ้านบ้าน ให้เลือกเราทั้งคู่ แต่ผลลัพท์ที่เกิดขึ้น ผมได้คะแนนมากกว่า คุณก็จะไม่ได้คะแนนของตนเอง แต่กลับไปให้เป็นคะแนนของพรรคการเมืองไป ดังนั้นฐานะส.ส.เขตที่เป็นบุคคลจะไม่กล้าทำแบบนี้”นายเจษฎ์กล่าว
นายเจษฎ์ กล่าวต่อว่า สำหรับระบบการกาคะแนนเลือกตั้งเพียงครั้งเดียว สำคัญคือ ต้องรู้ให้ชัดเจนถึงคะแนนเสียงว่าจะได้เท่าไรถึงจะชนะเป็นอันดับหนึ่ง หรือหากไม่ได้เป็นที่ 1 ต้องได้คะแนนเสียงมากพอที่จะโอนเป็นคะแนนให้พรรคเพื่อคำนวณเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้นฐานะผู้สมัครของพรรคนอมินีจะไม่ได้อะไร เพราะคะแนนที่ได้จะผันเข้าพรรคที่สังกัดหมด หากจะมีการวิ่งเต้นก็ต้องทำคะแนนให้มากพอ สมมติ ว่าในเขตเลือกตั้งมี 2แสนคน คุณต้องได้คะแนน 1.3แสนคะแนนเพื่อได้เป็นที่ 1 แต่คุณจะเอาไปทั้งหมดไม่ได้ เพราะคะแนนบัญชีรายชื่อจะหายหมดเลย ดังนั้นคุณต้องเอามาให้ผมส่วนหนึ่ง เช่น 6 หมื่นคะแนน หรือ 7หมื่นคะแนน แต่เราไม่รู้ว่าระหว่างนั้นจะมีพรรคการเมืองอื่นโผล่เข้ามาแล้วคะแนนนำเราทั้งคู่หรือไม่ ดังนั้นกรณีนี้มีความอันตราย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าระบบเลือกตั้งที่ออกแบบมาไม่ว่าจะรูปแบบใด ความเป็นนอมินีของพรรคการเมืองจะไม่หมดไป แต่การคิดระบบเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนั้นจะเพิ่มความยาก หรือ ความง่ายต่อการเกิดขึ้นของนอมินี กลาวคือ หากให้กาคะแนนครั้งเดียว นอมินีจะเป็นเหตุเป็นผลน้อยที่สุด หากกาคะแนนสองครั้งก็พอใช้ได้ แต่หากให้กาแยกกันนั้นนอมินีจะมีเยอะ ส่วนระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมนั้นสามารถแก้ปัญหานอมินีได้บ้าง แต่ไม่ได้ทั้งหมด
ส่วนกรณีที่กรธ.จะออกแบบกติกาเพื่อเป็นเกณฑ์ในการแก้ปัญหานอมินีนั้น อ.เจษฎ์ ฐานะที่ปรึกษากรธ. กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่ได้พิจารณาเพราะเป็นเรื่องรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่ต้องไปพิจารณา แต่การป้องกันนั้นอาจทำได้ยาก แต่อาจมีบทที่ต้องพิสูจน์ได้ว่าหากผู้ใดทำตัวเป็นนอมินี หรือพบว่าเป็นนอมินีของใคร อาจต้องโดนลงโทษทั้งคู่ ทั้งระหว่างผู้ใช้ให้เป็น และผู้ที่ทำตัวเป็นนอมินี ส่วนวิธีการพิสูจน์นั้น คาดว่าอาจคล้ายกับพื้นฐานของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั่วไป ที่ว่าบุคคลใดเชิดตัวเองหรือเชิดผู้อื่นเป็นตัวแทนของตน แต่การพิจารณารายละเอียดต้องไปหาข้อเท็จจริงให้ได้ แต่รัฐธรรมนูญคงเขียนเป็นรายละเอียดไว้ไม่ได้ ต้องไปเขียนไว้ในกฎหมายฉบับอื่น


