background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'มีชัย'แจงเหตุผล7ข้อ ย้ำถึงวิธีคิดระบบเลือกตั้งแบบใหม่

'มีชัย'แจงเหตุผล7ข้อ ย้ำถึงวิธีคิดระบบเลือกตั้งแบบใหม่

"มีชัย" แจงเหตุผล7ข้อย้ำถึงวิธีคิดระบบเลือกตั้งแบบใหม่ ปัดวางโมเดลตัดตอนพรรคใหญ่-ทำรัฐบาลอ่อนแอ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กรธ. เพื่อชี้แจงถึงรายละเอียดของระบบเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบใหม่ โดยยืนยันว่าระบบจัดสรรปันส่วนผสมนั้นเพราะคำนึงถึงคะแนนของประชาชนทุกเสียงที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะได้รับการพิจารณา และเพื่อเป็นกติกาที่กระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะต่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ประชาชนเลือกไม่ได้ตำแหน่ง ส.ส. แต่ยังมีโอกาสนำคะแนนไปคำนวณให้ ส.ส.ของพรรคการเมือง ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ ซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วได้เป็นส.ส. แต่กรณีที่ประชาชนไม่ชอบใจผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อใดสามารถลงคะแนนในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนได้ ทั้งนี้รูปแบบที่กรธ.คิดได้นั้นไม่ได้คำนึงว่าพรรคการเมืองใดจะเสียประโยชน์หรือได้ประโยชน์มากกว่ากัน รวมถึงไม่มีเป้าหมายของการออกแบบเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคตมีความเข้มแข็งหรืออ่อนแอ หรือให้เป็นรัฐบาลผสม ส่วนกรณีที่มีบางพรรคให้ความเห็นว่าระบบเลือกตั้งแบบใหม่ อาจทำให้พรรคการเมืองใหญ่หาช่องเพื่อให้ได้ส.ส.ในกลุ่มจำนวนมาก ด้วยการส่งพรรคการเมืองเล็กเป็นนอมินีลงเลือกตั้งนั้น ยอมรับว่ามีโอกาสเป็นไปได้ ซึ่งตนไม่ได้ห้าม เพราะไม่ว่าใช้ระบบเลือกตั้งแบบใดพรรคการเมืองนอมินีก็เกิดขึ้นได้ แต่กรณีที่คิดจะมีพรรคการเมืองนอมินีขึ้น แสดงว่าคิดจะทุจริตการเลือกตั้งตั้งแต่แรก ดังนั้นประเด็นใดเป็นจุดอ่อนต้องหาทางป้องกัน  

“สำหรับการใช้รูปแบบเลือกตั้งนั้น ยังตอบไม่ได้ว่าจะทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง หรืออ่อนแอ แต่ผมอธิบายได้ว่า หากคุณเลือกส.ส.เขตของพรรค ก. ในทุกเขตเลือกตั้ง พรรค ก.นั้น ได้เป็นรัฐบาลแน่ เพราะจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมีอยู่น้อยกว่าส.ส.เขตมาก ดังนั้นเมื่อเลือกส.ส.เขตของพรรค ก.ทั้งหมด พรรค ก. ก็จะได้เป็นรัฐบาล ส่วนจะใช้รูปแบบที่มานายกฯ อย่างไร ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ความสำคัญของระบบที่กรธ.เสนอนั้น คือ สิทธิของประชาชนที่ไปเลือกผู้แทนราษฎร และส.ส.ไม่ว่าจะมาจากเขตหรือบัญชีรายชื่อทั้งสองระบบจะมีสิทธิและหน้าที่เหมือนๆ กัน พอดีพอร้ายคนที่เป็นบัญชีรายชื่อจะมีสิทธิสูงกว่าด้วยซ้ำเพราะเป็นรัฐมนตรีได้ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องไปเลือกตั้งซ่อม” นายมีชัย กล่าว  

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับจำนวนหรือสัดส่วนของ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณา เบื้องต้นจะพยายามดูตัวเลขที่ใกล้เคียง กับการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมาให้มากที่สุด หากจะเปลี่ยนแปลงตัวเลขต้องทำเพื่อไม่ให้ใครนำตัวเลขของเดิมไปเป็นภาพจำลองจนสร้างความตกใจ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้ตกลงว่าจะใช้จำนวนส.ส.เท่าใด ขณะที่คุณสมบัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนั้นจะกำหนดให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ใครที่ทุจริตเลือกตั้งจะถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต แต่จะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่อยู่ระหว่างการพิจารณา

นายมีชัย ชี้แจงด้วยว่า สำหรับระบบเลือกตั้งที่กรธ.อยู่ระหว่างพิจารณา รวมถึงรับฟังความเห็นนั้นมีคำอธิบายได้ว่า 1. กรณีจะเข้าใจเรื่องดังกล่าวได้ ต้องเริ่มจากการยอมรับเสียงประชาชน ที่ไม่ให้เสียงของประชาชนสูญหายโดยเปล่าประโยชน์ การเลือกตั้งรอบที่ผ่านมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แม้ใบหนึ่งจะนำมานับหมด แต่อีกใบนับเพียงส่วนเดียว ทำให้คะแนนของผู้ที่ได้คะแนนน้อยกว่าคนที่หนึ่งจะถูกทิ้งน้ำ ไม่นำมานับคะแนนร่วมด้วย, 2.ประเด็นที่กรธ.คิดนั้นไม่ได้คำนึงถึงพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะ หรือจะเกิดประโยชน์หรือโทษกับพรรคการเมืองใด คิดเพียงว่าทำอย่างไรให้คะแนนประชาชนมีน้ำหนักนำไปใช้ในการออกเสียงเลือกตั้งให้มากที่สุด, 3.วิธีที่พิจารณา มองว่าเป็นวิธีการปรองดอง คือให้คะแนนเฉลี่ยกับทุกพรรคการเมืองตามสมควร  

ประธานกรธ. ชี้แจงด้วยว่า 4.สำหรับนักวิชาการหรือสื่อมวลชนที่อ้างว่าไม่มีประเทศไหนทำกัน ตนขอชี้แจงว่า เราต้องเข้าใจว่าคนไทยมีสติปัญญาที่จะคิดอะไรที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทยได้เอง กรณีไปเรียนหนังสือที่เมืองนอกไม่ใช่ไปจำตำราเขามาใช้เท่านั้น ตนมองว่าต้องเรียนรู้และปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย หากย้อนพิจารณาว่าในโลกนี้ใครเคยกินหรือทำส้มตำ หรือต้มยำกุ้งหรือไม่ คำตอบคือไม่ แต่คนไทยได้กินและทำส้มตำและต้มยำกุ้ง จนเป็นที่รู้จักกับคนทั้งโลก และคนเหล่านั้นทำท่าจะชอบ นั่นไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด, 5.หากจะนำโลกมาเป็นตัวอย่าง ต้องถามว่าในโลกนี้เคยมีรัฐบาลใดบ้างหรือไม่ ที่พูดในที่สาธารณะว่าคนภาค หรือจังหวัดนี้ไม่เลือกพรรคของตน จึงไม่จัดสรรงบประมาณให้ หรือนำโครงการของจังหวัดหนึ่งย้ายไปให้อีกจังหวัดหนึ่ง เพราะจังหวัดแรกไม่เลือกคนของรัฐบาล แต่ในประเทศไทยมี เราจึงแก้ปัญหาไม่เกิดขึ้น ด้วยวิธีแบบใหม่ ทุกจังหวัดจะมีคะแนนเสียงที่เอื้อกับทุกพรรคการเมือง ที่สามารถพูดได้ว่าคนทั้งประเทศสนับสนุนพรรคการเมืองแต่ละพรรคมากน้อยแต่ความศรัทธาของประชาชนในจังหวัดหรือเขต, 6.ด้วยวิธีที่เสนอนั้นพรรคจะคัดเลือกคนดีที่สุด ลงสมัครรับเลือกตั้งแม้จะรู้ว่าเขตนั้นคะแนนสู้พรรคการเมืองอื่นไม่ได้ แต่จะมีความหวังที่จะได้คะแนนมากที่สุด เพื่อใช้คำนวณของส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 7.การเลือกตั้ง พ.ศ.2554 มีเขตเลือกตั้ง 375 เขต โดยใน 120 เขตที่คนได้รับเลือกตั้ง มีคะแนนน้อยกว่าจำนวนคนที่เลือกผู้สมัครคนอื่น ซึ่งยังไม่นับรวมคะแนนไม่ประสงค์จะลงคะแนน หากนับรวมคะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนนจะมีจำนวนเขตมากกว่า 120 เขต แสดงว่าจะไม่รับรู้เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนใช่หรือไม่ หากใช้วิธีเดิม คนที่ได้รับคะแนนสูงสุด ไม่ว่าจะได้เท่าใดจะได้รับเลือกตั้ง ส่วนคะแนนที่เลือกคนอื่นก็ถูกทิ้งไป โดยตนมองว่าไม่เป็นธรรมกับประชาชน

“หากทุกพรรคมุ่งมั่นอย่างเดียวกันว่าต้องฟังเสียงประชาชน ต้องใช้เสียงประชาชนตัดสิน ต้องลดการคิดถึงประโยชน์ของพรรค และหันกลับมาคิดถึงโยชน์ประชาชนให้มากขึ้น เพราะเวลาที่ กรธ. คิดไม่ได้คิดเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมือง และพยายามทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้ยากต่อการคำนวณล่วงหน้าว่าใครจะได้เปรียบเสียเปรียบ ส่วนข้อมูลของนักวิชาการ พรรคการเมือง หรือบุคคลใดที่เสนอแนะ กรธ.รับฟังและนำมาคิด ตรงไหนที่บอกตรงๆ ว่าเป็นจุดอ่อนทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจะกลับมาคิด แต่หากบอกว่าตรงไหนที่พรรคได้เปรียบหรือเสียเปรียบจะไม่นำกลับมาคิด ต้องยอมรับด้วยว่าบ้านเรากำลังมีปัญหาในเรื่องของความไม่เข้าใจ ผมขอยกตัวอย่างว่าครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 10 คน แต่ละวันมีกับข้าวได้ 1 อย่าง ต้องลงคะแนนว่าสัปดาห์นั้นจะกินอะไร หาก 4 คนลงคะแนนให้กินแกงเผ็ด 3 คนลงคะแนนให้กินแกงจืด อีก 2 คนลงคะแนนให้กินผักผัด อีก 1 คนไม่ออกเสียง หากใช้หลักเดิมที่ใช้มา ครอบครัวนั้นทั้งสัปดาห์จะต้องกินแกงเผ็ดไป 7 วัน เพราะ 4เสียงนั้นเป็นเสียงมากที่สุด ทั้งที่อีก 6 เสียงไม่ได้กินแกงเผ็ด ดังนั้นกรธ.จึงหาทางว่าทำอย่างไรใน 1 อาทิตย์มีแกงจืด 2 วัน ผัดผัก 1 วัน ที่เหลือกินแกงเผ็ดไป 4วัน แต่อย่างน้อยชีวิตในครอบครัวต้องอยู่ได้อย่างไม่ขมขื่นเกินไป” นายมีชัย ชี้แจง