"การุณ" จี้เขตพื้นที่ฯ เร่งรัดใช้งบกระตุ้น ศก.ให้ทันไตรมาศแรก ย้ำใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า โปร่งใส
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) 225 เขตทั่วประเทศ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้กำชับให้ทุกเขตพื้นที่ฯ เร่งขับเคลื่อนการทำงานเพื่อพัฒนาการศึกษา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายของพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ไปสู่ความสำเร็จ โครงการหรือแผนงานใดที่ต้องมีการใช้งบประมาณ ก็ขอให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ที่สำคัญต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล ขอให้เร่งให้ทันตามเวลา ทั้งงบประมาณปีงบประมาณ 2558 จำนวน 3,800 ล้านบาทใช้เพื่อการซ่อมแซมอาคารเรียน ต้องแล้วเสร็จภายในไตรมาศแรก หรือ เดือนธันวาคม 2558 และงบประมาณ ปีงบประมาณ 2559 ซึ่งได้รับจัดสรรงบฯ จำนวน 16,000 ล้านบาท ขอให้เร่งทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จในไตรมาศแรกเช่นกัน และขอให้ทุกเขตพื้นที่ฯ ลงไปดูแลและให้คำปรึกษาแก่โรงเรียนใกล้ชิด โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่อาจขาดความเข้าใจในเรื่องระเบียบพัสดุ จะได้ดำเนินการได้ถูกต้องตามระเบียบ
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนจะปรับโครงสร้างการบริหารงานของ สพฐ.ส่วนกลางและเขตพื้นที่ฯใหม่โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำภาคขึ้น โดยรวมเขตพื้นที่ฯ ที่อยู่ใกล้เคียงเข้าด้วยกันและให้เลือกผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ 1 คนรับผิดชอบเป็นหัวหน้าศูนย์ ซึ่งศูนย์แห่งนี้จะมีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงและ สพฐ.ไปสู่การปฏิบัติ กำกับติดตามและประเมินผล ให้ข้อเสนอแนะ วางแผนงานหรือโครงการในการพัฒนาการศึกษาที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
"เบื้องต้นจะจัดตั้งศูนย์ประสานงานการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำภาคขึ้น โดยอิงตามเขตตรวจราชการ ศธ. 13 เขตหรืออาจจะเพิ่มเป็น 16 เขตซึ่งต้องดูสัดส่วนจำนวนเขตพื้นที่ฯ ที่แต่ละศูนย์ต้องดูแลอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนและรายละเอียดเพื่อเสนอ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณา" นายการุณ กล่าว
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า เนื่อองจาก สพฐ.เป็นองค์กรใหญ่ มีคนมากการทำงานจึงค่อนข้างอุ้ยอ้าย เวลาประชุมครั้งหนึ่งต้องเชิญมาทั่วประเทศซึ่งใช้งบประมาณมาก แต่ต่อไปเมื่อศูนย์นี้เกิดขึ้นจากคนหลายร้อยคนที่ต้องเข้ามาประชุมก็จะเหลือเพียง 13-16 คนซึ่งจะเกิดความคล่องตัวขึ้น เวลาเรียกประชุมเร่งด่วนก็เรียกแค่กลุ่มนี้ จากนั้นแต่ละศูนย์ก็จะนำไปแจ้งสู่เขตพื้นที่ฯในกลุ่มเพื่อทำงานต่อ ซึ่งแนวทางนี้ รมว.ศึกษาธิการ รวมถึงผอ.เขตพื้นที่ฯก็เห็นด้วย ทั้งนี้ สพฐ.จะจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์ละ 1 ล้านบาท ใช้บริหารจัดการด้วย




