สปท. เห็นชอบข้อบังคับ เคาะ 11 กรธ. และจัดตั้งวิปแม่น้ำ 5 สาย
การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยมีวาระพิจารณาข้อบังคับการประชุม สปท. ซึ่งมีนายอลงกรณ์ พลบุตร เป็นประธานที่ประชุม ในส่วนของการพิจารณานั้นนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างข้องบังคับการประชุมสปท. ซึ่งมีการพิจารณาข้อบังคับเสร็จสิ้นแล้ว โดยข้อบังคับการประชุมมี 104 ข้อ แยกเป็น 7 หมวด โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดให้มีกมธ.สามัญ จำนวน 11 คณะ ซึ่งเป็นไปตามวาระที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 27 ซึ่งแต่ละคณะจะมีสมาชิก 11-23 คน โดยอำนาจหน้าที่การแต่งตั้งประธานจะเป็นของประธานสปท. เป็นผู้แต่งตั้ง
ทั้งนี้สมาชิกสปท. จะดำรงต้ำแหน่งได้เพียงคนละ 1 คณะเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีกมธ.วิสามัญ เพิ่มมาอีก 2 คณะ คือ กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกมธ.วิสามัญ กิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิปสปท.)
นายเสรี กล่าวว่า ข้อบังคับฯทั้งหมดจะสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว ในมาตรา 27 และ 39 ซึ่งจะเน้นการทำงานของ สปท. ที่มีเอกภาพและสอดคล้องกับทิศทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นอกจากนี้ ข้อบังคับการประชุมสปท. ยังได้กำหนดให้มีคณะกรรมาการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิปแม่น้ำ 5 สาย) เพื่อให้ประสานงานรว่มกับคสช., คณะรัฐมนตรี (ครม.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้กำหนดว่า หากสมาชิก สปท. ขาดลงมติเกิน 1 ใน 3 ของการประชุมในรอบ 90 วัน โดยไม่มีใบลา จะต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกสปท. ทันที
ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณารายมาตราแล้ว ที่ประชุมลงมติต่อร่างข้อบังคับการประชุมสปท. ด้วยคะแนนเห็นชอบ 164 ต่อ 4 งดออกเสียง 2 คน





