ระบบเลือกตั้งแบบไทยๆ

ระบบเลือกตั้งแบบไทยๆ

“มีชัย”จะไม่ได้บอกว่า สูตรเลือกตั้งแบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” เป็นคำตอบที่ คสช.ให้โจทย์มาว่า ให้คิด “รัฐธรรมนูญแบบไทยๆ”

แม้ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะไม่ได้บอกว่า สูตรเลือกตั้งแบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” เป็นคำตอบที่ คสช.ให้โจทย์มาว่า ให้คิด “รัฐธรรมนูญแบบไทยๆ” แต่ผู้ที่ติดตามการเมืองน่าจะรับรู้ได้ไม่ยาก  

“มีชัย” พยายามบอกว่า การคิดคะแนนเลือกตั้งแบบ "จัดสรรปันส่วนผสม" ของ กรธ. ซึ่งไม่เคยมีประเทศใดในโลกเคยใช้มาก่อน "เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ไม่สูญเปล่าเหมือนที่ผ่านมา" แต่สิ่งที่เป็น "เป้าหมายสำคัญ" เบื้องหลังการผลักดันแนวคิดให้ระบบเลือกตั้งของไทยเป็น “ไทยเป็นหนึ่งเดียวในโลก” นี้ น่าจะเป็นปมปัญหาที่ถูกเรียกว่า “เผด็จการรัฐสภา”  

ปัญหาพรรคการเมืองที่มีเสียง "เบ็ดเสร็จเด็ดขาด" จนไม่ฟังเสียงคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน กระแสสังคม หรือประชาชน จนทำให้เกิด "วิกฤติทางการเมือง" เป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ คสช.ตั้งเป้าเข้ามาแก้ไข เพราะที่ผ่านมา "ฝั่งทักษิณ" ยังคงมั่นใจว่าหากมีการเลือกตั้งเมื่อไร ก็ชนะลอยลำ  

การคิดสูตรเลือกตั้ง เพื่อทำให้ผลการเลือกตั้งต่างไปจากในอดีต อย่างน้อยที่สุด คือ ไม่ให้ “พรรคใดพรรคหนึ่ง” ได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจึงเป็นภารกิจสำคัญของ “คนร่างรัฐธรรมนูญ”  

คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ชุด  "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" คิดรูปการเลือกตั้งแบบ "สัดส่วนผสม" ที่เอาของเยอรมันมาเป็นต้นแบบ แต่ปรับเปลี่ยนใหม่ให้ "เหมาะสมกับสังคมไทย" ครั้งนั้นก็ถูกฝ่ายเพื่อไทยวิจารณ์ว่าคิดขึ้นมาเพื่อ "เตะตัดขา" เพื่อไทย มาครั้งนี้ "มีชัย" คิดระบบการเลือกตั้งแบบ "จัดสรรปันส่วนผสม" ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาพรรคการเมืองมีเสียง "เบ็ดเสร็จเด็ดขาด"  ได้ดีกว่าสูตรของ "บวรศักดิ์"  

แต่เนื่องจากสูตรนี้ อาจจะเป็นสูตรที่ “สนใจเป้าหมาย แต่ไม่สนใจวิธีการ” จึงทำให้เป็นสูตรที่ถูกมองว่า “บิดเบี้ยว” ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ในการลงคะแนนของประชาชน  

ระบบของ "มีชัย" ยังให้มี ส.ส. 2 ระบบ คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่จะให้ประชาชน "กากบาท" เลือกเพียงครั้งเดียว มีบัตรใบเดียวคือบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต แต่การกากบาทเลือก ส.ส.เขตครั้งเดียวนั้น จะนำไปใช้ในการคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย  

ใครชนะในเขตนั้น ก็ได้เป็น ส.ส.เขตไป คะแนนที่ประชาชนเลือกก็ถือว่าจบไปกับการให้คนนั้นได้เป็น ส.ส.เขต แต่จะมีการนำคะแนนของ "คนแพ้" ทั้งหมด ไปรวมคำนวณเป็นจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เท่ากับคะแนนของคนชนะ "ถูกตัด" ออกไป สรุปง่ายๆ พรรคไหนชนะ ส.ส.เขตจำนวนมาก ก็จะถูกตัดคะแนนในการไปคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากเช่นกัน   

แน่นอนพรรคที่ได้รับผลกระทบจากระบบนี้มากที่สุด ก็คือ พรรคที่จะได้ ส.ส.เขตมากที่สุด ซึ่งในการเลือกเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ก็คือ พรรคของ "ทักษิณ ชินวัตร" แต่เนื่องจากการคิดคำนวณคะแนนที่ถูกมองว่า "บิดเบี้ยว" อย่างชัดเจน จึงทำให้ไม่มีเฉพาะคนฝั่งพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้  

ที่ดูเหมือนจะเงียบไปเลยก็มีเพียงพรรคขนาดกลางไปถึงพรรคเล็กๆ ที่จะได้ประโยชน์จากสูตรนี้ไปเต็มๆ!!