สปท.วางเกณฑ์ยกร่างข้อบังคับ เข้าที่ประชุม 2พ.ย.นี้ มีสาระสำคัญคือการแบ่งคณะกรรมาธิการสามัญปฏิรูปด้านต่างๆ จำนวน 11 คณะ
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ(สปท.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสปท. กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการฯยกร่างข้อบังคับการประชุมสปท.เสร็จแล้ว จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสปท.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 2 พ.ย.มีสาระสำคัญคือการแบ่งคณะกรรมาธิการสามัญปฏิรูปด้านต่างๆ จำนวน 11 คณะ ตามมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 และมีคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปป้องกันการประ พฤติมิชอบ 1 คณะ ซึ่งมาจากตัวแทนของกรรมาธิการปฏิรูป 11 คณะ ส่งตัวแทนมาคณะละ 1 คน มากำหนดแนวทางปฏิรูปการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยการทำงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป 11 คณะ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ตามร่างข้อบังคับการประชุม จะมีความชัดเจนใน 3 ด้านคือ 1.รายงานการปฏิรูป 2.วิธีการปฏิรูป 3.กรอบเวลาการปฏิรูป เพื่อให้การทำงานของสปท.มีรูปธรรม และกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน ต่างจากการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนการสร้างแนวทางความปรองดองนั้น ได้บรรจุให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง เป็นผู้รับผิดชอบหาแนวทางการปฏิรูป
ขณะที่ นายสมพงษ์ สระกวี สปท. กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายแก่แม่น้ำ 5 สาย ถึงการปิดประเทศ หากบ้านเมืองยังไม่เกิดความสงบเรียบร้อยว่า เชื่อว่านายกฯจะไม่ต้องการปิดประเทศจริงๆ คงไม่มีเจตนาเช่นนั้น น่าจะเป็นการพูดขู่และรำคาญที่บ้านเมืองยังมีปัญหาทะเลาะกันไม่เลิก การปิดประเทศถือว่าไม่เหมาะสม ทำประเทศถอยหลัง จะเกิดผลเสียมากกว่า ถูกบอยคอตจากทั่วฝโลก แม้จะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในประเทศเพียงใด ถือเป็นเรื่องที่จะต้องจัดการแก้ไขปัญหาภายในประเทศเอง ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาความวุ่นวายจากการชุมนุมทางการเมืองต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ยังไม่เห็นต้องปิดประเทศ เชื่อว่า ในทางปฏิบัติคงไม่เกิดขึ้นจริง เพราะประชาชนทั้งประเทศไม่เห็นด้วย การดำเนินการอะไรต้องเคารพความเห็นของประชาชนด้วย





