วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แม่น้ำ3สาย ลุยพื้นที่ยโสธรรับฟังความเห็นปชช.

"แม่น้ำ 3 สาย" ลุยพื้นที่ยโสธรรับฟังความเห็นปชช. ด้าน “พีระศักดิ์” เผยเตรียมปรับรูปแบบ "สนช.พบปชช."

ที่จังหวัดยโสธร นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 นำคณะสนช. อาทิ นายกล้าณรงค์ จันทิก นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง พล.อ.องอาจ พงษ์ศักดิ์ นางเสาวณี สุวรรณชีพ ลงพื้นที่พบประชาชน โดยมีตัวแทนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จำนวน 2 คนคือ พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ และนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา ตัวแทนจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ร่วมคณะ เพื่อรับฟังความเห็นประชาชนเป็นครั้งแรก ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้แม่น้ำ 5 สายทำงานไปพร้อมๆกัน รวมทั้งรับฟังความเห็นของประชาชนในพื้นที่

จากนั้นคณะสนช. เข้าหารือกับส่วนราชการต่างๆของจังหวัดยโสธร ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ คมนาคม และการเกษตร โดยมีนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผวจ.ยโสธร บรรยายสรุป ทั้งนี้ นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการลงพื้นที่เป็นองค์คณะครบถ้วนในการรับฟังปัญหาของประชาชน มีทั้ง สปท. กรธ. อดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตส.ว. เพื่อฟังเสียงสะท้อนปัญหาของจังหวัด อย่างไรก็ตามโครงการสนช.พบประชาชนจะมีการปรับรูปแบบการทำงานให้ใกล้ชิดแต่ละจังหวัดมากขึ้น ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรธ. และสปท. จัดตั้งกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม ประกอบด้วย สมาชิกสนช. 6 คน สมาชิกสปท. 2 คน ตัวแทนจากผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตาม อำนวยความสะดวก ประสานงานแต่ละกลุ่มจังหวัด รวมทั้งแนะนำการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี

ด้าน นพ.เจตน์ กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปที่สปช.ทำไว้ 37 วาระจะไม่สูญเปล่า เพราะสปท.จะทำหน้าที่เป็นฟันเฟื่องสานงานต่อ ซึ่งขณะนี้มีกฎหมายปฏิรูปที่เตรียมจะผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมสนช.จำนวน 4 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรม พ.ร.บ.องค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน และพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

ขณะที่นายชาติชาย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นร่างของประชาชน หากรัฐธรรมนูญไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของทุกฝ่าย และไม่เป็นที่ยอมรับ ก็จะไม่ผ่านประชามติ เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาก็จะมาแก้ไข ล้มล้าง จะทำให้การร่างรัฐธรรมนูญเสียเวลา เพราะฉะนั้น ความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆเป็นเรื่องสำคัญมาก กรธ.ไม่มีโอกาสออกมารับฟังความเห็นว่าต้องเขียนอย่างนั้น อย่างนี้ แต่จะนำความเห็นของทุกฝ่ายมาประมวลหาทางออกที่เป็นกลางให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่จะเขียนตรงใจทุกคน จึงอยากให้มองภาพรวม เพื่อนำพาบ้านเมืองให้มีเสถียรภาพมากกว่าเลือกมองเฉพาะบางเรื่องที่ไม่ตรงใจ และไม่มีผลประโยชน์กับตนเองเท่านั้น จนนำมาซึ่งการลงมติไม่เห็นชอบ ไม่เอา ถ้าเป็นแบบนี้การร่างรัฐธรรมนูญร่างเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน  

 “ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกจะเสร็จประมาณต้นเดือนม.ค. จากนั้นจะส่งให้พรรคการเมือง ประชาชนให้ความเห็น ก่อนที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข ดังนั้นร่างแรกจะเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 1 เม.ย.59 จากนั้นจะส่งห้รัฐบาลเพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ทำประชามติต่อไป” นายชาติชาย กล่าว