"วิชา"แนะมหาดไทย ทำตามแผนแม่บทกรณีให้เงินตำบลละ 5 ล้านบาท รับรอง งบไม่สูญ ย้ำเงินมากน้อยไม่ใช่ประเด็น แต่ต้องทำให้คุ้มค่า
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่27ต.ค.ที่ผ่านมา นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) ได้มาหารือกับกรรมการ ป.ป.ช.ถึงการดำเนินงานตามโครงการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท โดยตนได้บอกไปว่าทาง ป.ป.ช.มีแผนแม่แบบของชุมชนอยู่แล้ว เพื่อให้ดำเนินการอย่างใสสะอาดและต่อต้านการทุจริต หากมีงบประมาณลงไปแล้วทำได้ตามแผนก็รับรองว่างบประมาณไม่สูญ
และหากกระทรวงมหาดไทยเกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่านำงบประมาณไปใช้ฟุ่มเฟือย เปล่าประโยชน์ ป.ป.ช.ก็ยินดีที่จะให้หน่วยงานที่ดูแลชุมชนเหล่านี้เข้ามาร่วมในกิจกรรม หมู่บ้านช่อสะอาด ไม่ให้เหมือนกับสมัยก่อนที่งบประมาณลงไปแล้วกลายเป็นเบี้ยหัวแตก เพราะ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนกรณีที่เกิดปัญหา พบว่าเมื่องบประมาณลงไปในหมู่บ้านแล้วเกิดความไม่ชอบมาพากล ซึ่งตนให้ข้อสังเกตว่าการกำหนดตัวบริษัทที่จะจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ โดยไม่ได้เน้นด้านคุณธรรมจริยธรรม เอาแต่เรื่องของวัตถุเพียงอย่างเดียว ถือว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของราชการ เช่น ชาวบ้านต้องการเครื่องมือทางการเกษตร แต่กลับไปซื้อเครื่องทำน้ำสะอาดให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า งบประมาณที่จะลงไปตำบลละ5ล้านบาทนั้นถือว่ามากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ลงไปเท่าไหร่ก็ไม่พอในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องทำให้คุ้มค่า โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
เมื่อถามย้ำว่าให้แนวทางในการอุดช่องโหว่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยอย่างไร นายวิชา กล่าวว่า บอกให้รู้ว่าจะต้องให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการสั่งลงไปจากข้างบนเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ทำโครงการแล้วกลับเกิดผลออกมาว่าชาวบ้านไม่เต็มใจ และเรื่องนี้ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นการเริ่มต้นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้ถือว่าเป็นการให้ความคิดเห็นในแง่วิชาการ ไม่ใช่ ป.ป.ช.จะระบุว่าต้องทำตามนี้
ดังนั้นทางมหาดไทยจะทำหรือไม่ทำ ป.ป.ช.ก็ถือว่าได้ให้ข้อสังเกตไปแล้ว และจากนี้ทางมหาดไทยจะต้องมีการประสานงานกับ ป.ป.ช.เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมกันให้เหมือนกับที่ฮ่องกง กับสิงคโปร์เคยทำมาแล้วเพื่อให้เกิดการเฝ้าระวังไม่ใช่เรื่องของการปราบปราม ส่วนจะมีการกำหนดมาตรการต่างๆอย่างไรก็ต้องหารือกันอีกครั้ง
เผยอยู่ระหว่างขอข้อมูล"จีที 200"
นายวิชา กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีกรณีตรวจสอบการทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องระเบิด หรือ จีที 200 และอัลฟา 6 ว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนฯกำลังดำเนินการขอข้อมูลกับทางประเทศอังกฤษทำให้ยังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและข้อมูลยังถือว่าไม่เป็นทางการอยู่ ดังนั้น จึงต้องทำข้อตกลงระหว่างประเทศ และต้องทำหนังสือเพื่อยืนยันบางเรื่องอย่างเป็นทางการเหมือนคดีไต่สวนนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีการเรียกรับเงินจากนักธุรกิจชาวสหรัฐอเมริกา รวมมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเรื่องคำตัดสินคดีของต่างประเทศ ที่เราจะต้องขอรายละเอียดมาให้ครบ





