วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราชทัณฑ์แจง'พ.ต.ต.ปรากรม' ผูกคอตายในห้องขัง

อธิบดีราชทัณฑ์แจงเหตุ"พ.ต.ต.ปรากรม"ผูกคอตายในห้องขัง จนท.พบเหตุ 4 ทุ่ม เร่งปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งรพ.ราชทัณฑ์ แต่เสียชีวิตในที่สุด

นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทำเอกสารแถลงข่าวกรมราชทัณฑ์ เรื่อง ผู้ต้องขังเสียชีวิตส่งตรงมาจากประเทศออสเตรเลีย ระบุความว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 23 ต .ค. 58 เวลาประมาณ 22.00 น. จากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งได้รับตัวไว้ควบคุมตามหมายขังของศาลทหารกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ได้พยายามฆ่าตัวตายด้วยการใช้ผ้าจากเสื้อผู้ต้องขังที่ทางเรือนจำจ่ายให้ตามระเบียบผูกคอตัวเองกับลูกกรงห้องขังภายในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (มทบ.11)

โดยเวรรักษาการณ์กลางคืนในวันดังกล่าวได้ตรวจพบ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและเปิดห้องขังเข้าไปให้การช่วยเหลือในทันที ในเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องขังยังไม่เสียชีวิต จึงได้พยายามใช้เครื่องช่วยหายใจและให้การปฐมพยาบาล พร้อมกับนำตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในทันที จนกระทั่งนำตัวส่งถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และได้รับแจ้งจากแพทย์ในเวลาต่อมาว่าผู้ต้องขังได้เสียชีวิตแล้ว 

สำหรับ ข้อเท็จจริงเบื้องต้นมีดังนี้ 1. ห้องขังที่เรือนจำชั่วคราว ไม่ใช่ห้องขังเหมือนเรือนจำปกติทั่วไป แต่ใช้อาคารที่ทำการของหน่วยทหาร ซึ่งมีประตูทึบผนังปูน 4 ด้าน ไม่สามารถมองตรวจตราจากภายนอกได้ ต้องเปิดประตูจึงจะมองเห็น ภายในห้องขังมีเครื่องหลับนอนผู้ต้องขัง ใช้ระบบขังเดี่ยว ผู้ต้องขังทั้งหมดไม่มีโอกาสพบกัน 2.การควบคุมผู้ต้องขังเวลากลางคืนจะมีเวรผลัดละ 1 คน คอยเดินตรวจตรา ซึ่งขณะนี้ เรือนจำชั่วคราวมีผู้ต้องขังรวม 5 คน ประกอบกับเป็นวันหยุดราชการ ไม่มีการสอบสวน ผู้ต้องขังถูกขังห้องเพียงลำพัง ไม่มีโอกาสพบคู่คดี จะมีการเดินตรวจเป็นระยะเท่านั้น 3. คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ผู้ต้ขังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจมีปัญหาในการปรับตัว เพราะเพิ่งรับตัวไว้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558

นายวิทยา ระบุด้วยว่า การเสียชีวิตของผู้ต้องขังในครั้งนี้ เป็นการเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน จึงต้องดำเนินการชัณสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และส่งศพให้สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานรายงานผู้บังคับบัญชาต่อไป

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวลือเผยแพร่สะพัดในโลกเซียล ที่ระบุว่านายสุริยันต์ สุจริตพลวงศ์ หรือ(หมอหยอง) ที่ถูกคุมขังในคดีเดียวกันนั้น ได้มีอาการป่วยหนัก และต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล และถึงขั้นต้องปั๊มหัวใจ ว่า ในขณะนี้ตัวหมอหยองยังคงอยู่ในเรือนจำ แต่มีอาการโรคความดันกำเริบ ซึ่งแพทย์เสนารักษ์ประจำเรือนจำม.ทบ.11 กำลังดูแลให้การรักษาอยู่