ส.ส.ปชป. จี้รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาไฟป่าลุกลามจริงจัง แนะ 2 แนวทาง ชี้ควรนำเรื่องเข้าเวที รมต.สิ่งแวดล้อมอาเซียน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ว่า ในขณะนี้ สถานการณ์ทวีความรุนแรง และส่งผลต่อสุขภาพต่อประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก โดยมีค่าหมอกควันสูงกว่า 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และดูท่าว่าจะไม่มีการลดระดับความรุนแรง เพราะสถานการณ์ไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียก็ยังคงรุนแรง ดังนั้นตนจึงขอเรียกร้องไปยังให้รัฐบาลให้เร่งดำเนินการ
โฆษกพรรคปชป. กล่าวว่า 1.รัฐบาลควรจะใช้กลไกของอาเซียนแก้ปัญหาดังกล่าว เนื่องจากนี่ไม่ใช่ปัญหาของประเทศอินโดนีเซียประเทศที่จะแก้ปัญหาได้เพียงประเทศเดียว ในการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนที่ประเทศเวียดนามในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ตนคิดว่ารัฐบาลควรจะกำหนดเรื่องนี้ให้อยู่ในเวทีหารือด้วย เนื่องจากประเทศอาเซียนทั้งหมดได้ลงนามในสัตยาบันว่าด้วยเนื่องหมอกควัน ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซียนั้นต้องมีการหารือกันในเวทีอาเซียนว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะปัญหาไฟป่าที่เกิดจากการไปถางป่านั้นก็ไม่ได้เกิดจากบริษัทของประเทศอินโดนีเซียอย่างเดียว มีบริษัทจากต่างประเทศเข้าไปลงทุนด้วย ดังนั้นตนคิดว่าในเวทีอาเซียนควรจะทำการตกลงกันว่าจะแก้ไขปัญหาการลงทุนซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร 2.ควรจะมีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือหลังจากที่เกิดเหตุแล้วด้วย เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียมีลักษณะเป็นป่าพรุ พื้นดินใต้ป่ามีน้ำมันและแก๊สอยู่ จึงทำให้มีปัญหาไฟป่ารุนแรงอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการดับไฟต้องใช้เทคโนโลยีพิเศษ ดังนั้นหวังว่าในการหารือนี้ ชาติที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าอินโดนีเซียจะเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการจัดการไฟป่าอย่างจริงจัง
นายชวนนท์ กล่าวว่า นี่คือปัญหาที่ต้องหารือร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อไม่ให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี จริงๆเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้วในทุกปี แต่คนไทยไม่ได้รู้สึกว่ามันร้ายแรง เพราะว่าทิศทางลมไม่ได้พัดกลุ่มควันมายังประเทศไทยทำให้คนไทยไม่เดือดร้อนจึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว สำหรับทางพรรคประชาธิปัตย์นั้นก็มีการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แล้ว โดยขณะนี้อดีต ส.ส. ภาคใต้ได้ดำเนินการจัดหาหน้ากากป้องกันฝุ่นจำนวนกว่า 1 แสนชุด เพื่อส่งไปยังประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตามตนคงต้องขอความกรุณาไปยังกระทรวงสาธารณสุขได้ช่วยเหลือในเรื่องอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์เพื่อดูแลผู้ที่มีความเสี่ยงกับโรคทางเดินหายใจ และขอความร่วมมือไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้พิจารณาเรื่องความเหมาะสมในการปิดเปิดโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงด้วย
นายเจือ กล่าวถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ว่า ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จ.สงขลา ต้องประสบปัญหาหมอกควันอย่างรุนแรงในบางวันค่าหมอกควันพุ่งสูงเกิน 300 ไปจนถึง 350 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. ซึ่งการดำรงชีวิตโดยการใส่หน้ากากนั้นก็เป็นไปอย่างลำบาก ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ตนและนายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส. สงขลา ไปยื่นหนังสือสถานกงสุลประเทศอินโดนีเซียที่ จ.สงขลา ซึ่งทางสถานกงสุลก็รับปากจะนำเรื่องส่งไปยังรัฐบาลอินโดนีเซียต่อไป แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่มีคำตอบกลับมา ซึ่งและอดีต ส.ส.ในพื้นที่จะรวมตัวกันไปยื่นยื่นหนังสือที่สถานกงสุลอีกครั้งหนึ่ง
นายเจือ กล่าวว่า รัฐบาลไทยควรจะเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ควรเจรจากับอินโดนีเซีย เพื่อสอบถามถึงปัญหาของเรื่องนี้ และเพื่อให้ทราบว่าอินโดนีเซียมีความสามารถในการบรรเทาเหตุการณ์นี้หรือไม่ และควรจะหาทางบรรเทาสถานการณ์ เช่น การทำฝนเทียม เป็นต้น เพราะเท่าที่ตนดูรัฐบาลยังห่างเหินกับเรื่องนี้มาก





