ศอตช.จ่อสรุปผลสอบโครงการสนามกีฬาระดับอำเภอ-ตำบล ส่งป.ป.ช.ไต่สวนความผิดอาญา เผยมีผู้ควบคุมงานคนเดียวในพื้นที่11จังหวัด
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ. (ศอตช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามกีฬาระดับอำเภอและระดับตำบล ซึ่งเป็นงบผูกพันของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างปีงบประมาณ 2555-2559 วงเงิน 29,928 ล้านบาท ว่า ตามที่ศอตช.ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบโครงการตามสัญญาก่อสร้างเลขที่ ก.13/2555 ลงวันที่ 21 ก.ย. 2555 วงเงิน 288 ล้านบาท ซึ่งมีการลงพื้นที่ตรวจสอบครบทุกแห่งแล้ว พบว่าเป็นการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษของกรมพละศึกษามีการดำเนินการก่อสร้างใน 11 จังหวัด 12 อำเภอ มีการส่งมอบงานและจ่ายเงินตามสัญญาแล้ว. แต่สนามกีฬา ประกอบด้วยงานก่อสร้าง 5 อย่าง คือโรงยิม สนามบอล ลู่วิ่ง อัฒจันทร์ และลานเอนกประสงค์ มีสภาพชำรุดเสียหาย ใช้งานไม่ได้ การก่อสร้างไม่ตรงตามสเปค ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องที่หลายแห่งปฏิเสธไม่ยอมเซ็นรับมอบโครงการ เนื่องจากไม่มีงบประมาณสำหรับซ่อมบำรุง
ในชั้นการตรวจสอบพบว่าความผิดปกติหลายประเด็น เช่น 1 ผู้ควบคุมงานก่อสร้างใน 11 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยภูมิ ราชบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ สตูล พิจิตร สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง อุทัยธานี และปราจีนบุรี มีเพียงคนเดียวจึงไม่สามารถควบคุมงานก่อสร้างได้จริง. เพราะการควบคุมงานต้องทำรายงานวันต่อวัน 2 เมื่อมีการขอขยายระยะเวลาในการก่อสร้าง 1 แห่ง ในสัญญากลับอนุมัติให้ขยายสัญญาทั้งโครงการ.หรือขยายให้แบบยกพวง 12 แห่ง เบื้องต้นกรรมการตรวจรับงานทั้ง 11จังหวัด 12 อำเภอ ต้องมีส่วนรับผิดชอบและต้องเข้าชี้แจงว่ามีการตรวจรับจริงหรือเป็นการตรวจรับเอกสาร เพราะสนามกีฬาชำรุดใช้งานไม่ได้มาตั้งแต่ต้น ระหว่างนี้ศอตช.รอการจัดส่งเอกสารชี้แจงเป็นรายโครงการก่อนสรุปสำนวนการตรวจสอบส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไว้ไต่สวนความผิดทางอาญาต่อไป
“อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงรับประกันการก่อสร้างในสัญญา 2 ปี ศอตช.จะกดดันให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเข้ามาซ่อมบำรุงสนามกีฬาที่ชำรุดเสียหายให้มีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ป.ป.ท.ทุกเขตพื้นที่ปูพรมตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามกีฬาระดับอำเภอและตำบลที่ได้รับอนุมัติงบประมาณผูกพันการก่อสร้างในปี 56-58 ตามแผนการก่อสร้างสนามกีฬาระดับตำบล 1,114 ตำบล และระดับอำเภอ 690 อำเภอ” นายประยงค์ กล่าว
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า ข้าราชการที่ร่วมเป็นกรรมการตรวจรับเริ่มเข้าให้ข้อมูลกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าจำเป็นต้องเซ็นตรวจรับงานเพราะได้รับคำสั่งด้วยวาจาจากผู้ใหญ่ ขณะที่ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่าพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติก่อสร้างโครงการสนามกีฬาของกรมพละ มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีความนิยมและฐานคะแนนในพื้นที่ภาคกลาง




