วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเดย์รวมอาชีวะรัฐ-เอกชน ต้นม.ค.59

ดีเดย์รวมอาชีวะรัฐ-เอกชน มั่นใจเริ่มการทำงานร่วม ต้นเดือน มกราคม 2559

ที่กระทรวงศึกษาธิการ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ในฐานะประธานคณะทำงานร่วมอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน กล่าวภายหลังการประชุมฯว่าตามที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายด้านอาชีวศึกษา และอยากให้ทางอาชีวศึกษารัฐและเอกชนทำงานร่วมกันในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ที่ประชุมเห็นพ้องจะทำงานร่วมกันอย่างแน่นอน และจะมีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเทียบเท่ากรม หรือนิติบุคคล เพื่อการบริหารงานที่อิสระ

โดยมีคณะทำงานที่ประกอบด้วยบุคลากรจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) สช. และสมาคมอาชีวศึกษาเอกชน และไม่ได้เป็นการทำงานร่วมเฉพาะเนื้องานแต่ยังเป็นการรวมบุคลากรบางส่วนเข้าด้วยกัน ดังนั้น เชื่อมั่นว่า การทำงานร่วมกลุ่มอาชีวะครั้งนี้ ซึ่งเป็นสถาบันอาชีวศึกษา90%ของอาชีวทั้งหมด มีสถานศึกษาทั้งหมด จำนวน885แห่ง มีนักศึกษา ประมาณ1ล้านกว่าคน มีบุคลากร56,600คน แบ่งเป็น วิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐ424แห่ง มีนักศึกษา675,000คน มีบุคลากร41,600คน ขณะที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 461แห่ง มีนักศึกษา จำนวน330,000คน บุคลากร16,000คน จะมีความเป็นเอกภาพ และศักยภาพในการขับเคลื่อนกำลังการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาของประเทศไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในการทำงานร่วมกันของกลุ่มอาชีวะดังกล่าว จะไม่รวมอาชีวะนอกระบบที่มีการจัดการเรียนการสอนระยะสั้น ประมาณ2000กว่าแห่ง และไม่รวมอาชีวะในสังกัดอื่นๆ

นอกจากนั้น ที่ประชุม ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการทำงานเฉพะกิจ5ด้าน ได้แก่1.ด้านบริหารงานทั่วไป ซึ่งจะทำหน้าที่วิเคราะห์ภารกิจการอาชีวศึกษา รวมถึงดูเรื่องธุรการ และการบริหารการเงิน ซึ่งนาย2.ด้านการบริหารงบประมาณและกองทุน โดยจะจัดทำแนวทางในการบริหารงบประมาณ งบอุดหนุน และเงินกองทุนต่างๆ ก่อนที่จะมีการออกกฎหมายรวมอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน3.ด้านการบริหารงานบุคคลจัดทำแนวทางในการพัฒนาครู สวัสดิการสวัสดิภาพของครู เป็นต้น4.ด้านวิชาการและความร่วมมือ จัดทำแนวทางในการจัดการอาชีวศึกษาทั้งการวางแผนผู้เรียน การจัดหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การประเมินผล การใช้ทรัพยากรร่วมกัน เป็นต้น และ5.ด้านกฎหมายและโครงสร้าง ระเบียบ ข้อกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อเอต่อการรวมอาชีวศึกษารัฐและเอกชน

“ในวันที่13พ.ย.นี้ ทางคณะทำงาน ฯ จะเชิญผู้บริหารอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เพื่อมารับฟังแนวทางในการดำเนินการ และทำความเข้าใจในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารวิทยาลัยด้วย ซึ่งคาดว่าการทำงานร่วมอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน จะสามารถเดินหน้าได้ภายในต้นเดือนมกราคม2559เนื่องจากมีการกำหนดโรดแม็ป แนวทางในการดำเนินการอย่างชัดเจน” ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

ด้าน นายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.)กล่าวว่า สช.เห็นด้วยและยินดีให้ความร่วมมือ ซึ่งในส่วนของ สช. รับผิดชอบในเรื่องการบริหารงบประมาณ และการบริหารบุคคล โดยงบประมาณนั้นจะยังคงยึดตามสิทธิที่เด็กอาชีวะได้รับ เช่น ค่าอุดหนุนรายหัว การพัฒนาครู จัดสรรตามเดิม ส่วนการบริหารงานบุคคล จะมองเรื่องการพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพครู ไปจนถึงเรื่องวิทยฐานะ เพิ่มมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพของครู เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครอง ว่าเด็กได้เรียนกับครูที่มีคุณวุฒิอย่างแท้จริง

รศ.จอมพงศ์ มงคลวนิช นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่าการรวมดังกล่าวจะทำให้เกิดเอกภาพ สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม และส่งผลดีต่องานวิชาการในการพัฒนา การจัดทำหลักสูตรระบบทวิภาคี และความร่วมมืออุตสาหกรรม รวมถึงทำให้ครูอาชีวเอกชนมีกำลังใจมากขึ้น เพราะมีระบบการพัฒนาครู สวัสดิการต่างๆ จะถูกยกระดับขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกลุ่มอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน จะเป็นการสร้างความเท่าเทียมระหว่างอาชีวะรัฐและเอกชน ได้