วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลฎีกายกฟ้อง'นพวรรณ ตั้งอุดมสุข' โพสต์ประชาไทหมิ่นเบื้องสูง

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ยกฟ้อง "นพวรรณ ตั้งอุดมสุข" คดีหมิ่นเบื้องสูง โพสต์เว็บประชาไท เหตุโจทก์มีแค่พยานแวดล้อม ไม่ชัดจำเลยเกี่ยวข้อง

ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1257/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.นพวรรณ ตั้งอุดมสุข เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ดูหมิ่น หมิ่นประมาท พระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือรัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีเมื่อวันที่ 15 ต.ค.51 มีการโพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์ประชาไท ด้วยข้อความที่ทำให้เสื่อมเสียต่อเบื้องสูง จำเลยให้การปฏิเสธ ตลอดข้อกล่าวหา                    

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ม.ค.54 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า พยานหลักฐานที่เป็นหมายเลข IP ADDRESS ซึ่งใช้โพสต์ข้อความและเบอร์โทรศัพท์ สำหรับใช้ต่ออินเทอร์เน็ต ไม่อาจชี้ชัดได้ว่าจำเลย เป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว                            

อัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 2 ต.ค.56 เห็นว่าแม้ไม่มีประจักษ์พยาน แต่เจ้าหน้าที่รัฐ พยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า หมายเลข IP ADDRESS ในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องไม่สามารถปลอมแปลงได้และในการโพสต์ข้อความจำเป็นต้องใช้ชื่อและรหัสผ่านด้วย หากรหัสผ่านไม่ตรงกับข้อมูลของจำเลย ก็ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ จึงพิพากษากลับให้จำคุก 5 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 ซึ่งเป็นบทหนักสุดและให้ยึดเอกสารข้อความการกระทำผิด         

 ต่อมาจำเลย ยื่นฎีกาต่อสู้คดี โดยระหว่างฎีกา น.ส.นพวรรณ จำเลย ได้ประกันตัวไปวงเงิน 1 ล้านบาท โดยวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา แต่ น.ส.นพวรรณ จำเลยไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลอาญาจึงให้ออกหมายจับ และปรับนายประกัน 1 ล้านบาท          

โดยวันนี้ ทนายความ และบิดาของ น.ส.นพวรรณ ซึ่งเป็นนายประกันจำเลย เดินทางมาศาลพร้อมแถลงต่อศาลว่า ยังไม่สามารถติดตามจำเลยได้ ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย                             

ขณะที่ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คำเบิกความขอผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้า ซึ่งให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต พยานโจทก์ รับฟังได้ว่า ตรวจสอบข้อมูลหมายเลข IP ADDRESS ที่โพสต์ข้อความในวันที่ 15 ต.ค.51 พบว่า เป็นรหัสของนางธนาวรรณ ตั้งอุดมสุข เชื่อมต่อกับหมายเลขโทรศัพท์ และมี IP ADDRESS มีชื่อนางธนาวรรณ เป็นลูกค้าไม่ใช่จำเลย เนื่องจาก username เป็นคนละชื่อกับใบสมัครของจำเลย                                                                             

นอกจากนี้ ยังได้ความจากเจ้าหน้าที่คณะวิทยาศาสตร์กลุ่มงานตรวจพิสูจน์อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ว่า พยานได้ตรวจพิสูจน์เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา และอุปกรณ์เก็บข้อมูลของกลาง ไม่พบการเปลี่ยนข้อความเมื่อวันที่ 15 ต.ค.51 แต่กลับพบข้อความในคอมพิวเตอร์ของกลางมีการติดต่อกับเว็บไซต์ประชาไท ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุหลายครั้ง                       

เห็นว่าโจทก์ มีแต่ IP ADD RESS เป็นพยานแวดล้อม ซึ่งไม่อาจบ่งชี้ได้แน่ชัดว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความ ทั้งพยานโจทก์ ต่างเบิกความไม่สอดคล้องกัน ประกอบกับจำเลยให้การปฏิเสธตลอด พยานหลักฐานโจทก์จึงมีความสงสัยพอสมควรให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้อง                   

ภายหลัง บิดาของ น.ส.นพวรรณ กล่าวว่า  ตนสบายใจขึ้น เพราะเชื่อมั่นว่าลูกสาวไม่ได้ทำ จากนี้จะทำเรื่องขอถอนหมายจับ และพยายามติดต่อลูกสาวเพื่อแจ้งว่าคดีจบแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ติดต่อลูกสาวไม่ได้เลย คาดว่าเพราะไม่อยากให้ครอบครัวเดือดร้อน