เปิดรายงานสตง.ถึงศอ.ตช. กรณีการใช้งบของสสส. พบเอื้อประโยชน์พวกพ้อง ห่วงกระทบต่อสภาพคล่องกองทุนในอนาคต
รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้รายงานผลการตรวจสอบกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ(สสส.) ให้ที่ประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอ.ตช.) ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในผู้อำนวยการศูนย์ศอ.ตช. เป็นประธานในการประชุมเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมารับทราบว่า จากการที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เข้าติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของสสส. ตามคำสั่งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) พบประเด็นต่างๆที่น่าสนใจ ดังนี้
1.การจัดทำแผนของสสส.ไม่รองรับและไม่สอดคล้องกับตัวชี้วัด โดยจัดทำแผนหลัก 3 ปี ไม่รองรับกับยุทธศาสตร์ 10 ปี ขาดความเชื่อมโยงกับแผนการดำเนินงานประจำปี มีเพียงการกำหนดแผนและงบประมาณของแต่ละแผน โดยไม่กำหนดจำนวนและวงเงินงบประมาณของโครงการที่จะดำเนินงานในระยะ 3 ปี นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับแผนได้ 10% ของเงินงบประมาณในปี 2557 ทำให้การดำเนินงานไม่บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
2.การจัดทำงบประมาณไม่ถูกต้องและเหมาะสม เพราะสสส. ไม่ได้นำงบบริหารจัดการ สำนักงานที่เป็นค่าใช้จ่ายมารวมไว้ในงบประมาณรายจ่าย ทำให้เกิดภาระผูกพันด้านงบประมาณ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจะเป็นสาเหตุให้สสส.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องในอนาคต
3.มีการอนุมัติโครงการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งสสส. เช่น โครงการสวดมนต์ข้ามปีใช้งบ 33.45 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์โครงการ และไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการสร้างเสริมสุขภาพ การจ่ายเงินอุดหนุนโครงการเป็นค่าจ้างบุคคลโดยไม่ผ่านกระบวนการสรรหาตามหลักบริหารงานฝ่ายบุคคล และไม่เป็นไปตามกรอบอัตรากำลังของสสส. การอนุมัติเงินอุดหนุนโครงการ เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่มบุคคล องค์กรหรือมูลนิธิขาดหลักธรรมาภิบาลและไม่โปร่งใส เช่น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสสส.หลายรายได้จัดตั้งมูลนิธิและเสนอโครงการมาเป็นผู้รับเงินอุดหนุนเป็นจำนวนเงินสูงและต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน การปฏิบัติดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์กันหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการอนุมัติโครงการ อนุมัติเงินอุดหนุนโครงการแก่กลุ่มคน หรือมูลนิธิเดิมเป็นจำนวนเงินสูงมาก และจ่ายเงินงวดไม่เหมาะสม โดยอนุมัติเงินอุดหนุนโครงการมีการจ่ายเงินงวดสูงถึงร้อย 50-100% ของวงเงินอนุมัติ
4.ขาดระบบการประเมินการรายงานและติดตามผลเพราะสสส. กำหนดให้มีการประเมินผลเชิงลึกสำหรับแผนงานชุดโครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินงบประมาณกว่า 20ล้านบาท แต่ไม่ได้กำหนดแนวทางอย่างชัดเจน สำหรับโครงการที่มีวงเงินน้อยกว่า 20ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการรายงานให้ผู้บริหารทราบตามลำดับชั้น





