ประชุม ผบ.หล่าทัพ นัดแรก ผบ.ทหารสูงสุด เน้นให้ความสำคัญปกป้อง"สถาบันพระมหากษัตริย์" เล็งตั้งกองสงครามไซเบอร์ กำจัดเว็ปไซต์ผิดกฎหมาย
พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 /2559 โดยมี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.เอกตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง
โดยก่อนการประชุม พล.อ.สมหมาย ได้รับการทำความเคารพจากทหารกองเกียรติยศสามเหล่าทัพ ก่อนนำคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าการสักการะพระพุทธนวรราชบพิตร ประดิษฐาน ณ ชั้น 3 และพระพุทธนวราชบรมบพิตรศักดิ์สิทธิชัยมงคลประดิษฐาน ณ ชั้น 7
จากนั้น พล.อ.สมหมาย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เป็นการประชุม ผบ.เหล่าทัพ ปี 2559/1และ ผบ.เหล่าทัพทุกท่าน รวมถึง ผบ.ตร.ได้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี และในการประชุมในวันนี้ ตนได้ให้นโยบายเกี่ยวกับการพัฒนากองทัพ ซึ่งทุกเหล่าทัพเหล่าจะมีแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ขณะนี้ก็ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เหล่าทัพ 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้บัญชาให้มียุทธศาสตร์เหล่าทัพ 20 ปี อย่างไรก็ตามนโยบายอีกเรื่องหนึ่งที่เหล่าทัพให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการถวายความจงรักภักดี และการปกป้องเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยและเหล่าทหาร พร้อมทั้งเข้มงวดในการดูแลตลอดเวลา เพราะเป็นภารกิจหลัก นอกจากนี้ยังมีเรื่องการป้องกันประเทศ การรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ การพัฒนาประเทศ การช่วยเหลือประชาชนด้วยการบรรเทาสาธารณภัยทั้งภายใน และภายนอกประเทศ
พล.อ.สมหมาย กล่าวว่า สิ่งที่ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษคือ สงครามทางไซเบอร์ ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงจัดตั้งกองสงครามไซเบอร์ ที่กรมยุทธการทหารพร้อมทั้งจัดทำยุทธศาสตร์ไซเบอร์ของกองทัพขึ้นอีกด้วย ส่วนการทำกองทัพให้เป็นกองทัพรูปแบบใหม่ในการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ในปี 2559 นั้น ทุกเหล่าทัพมีความสัมพันธ์กับกองทัพประเทศอาเซียนมานานแล้ว ไม่ว่าจะกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย มีกิจกรรมหลักๆอยู่แล้ว อาทิ กองทัพบกมีการแข่งขันยิงปืนอาเซียนที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายนนี้ และมีการประชุมผบ.สส.อาเซียนทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ รวมถึงการประชุม ผบ.เหล่าทัพด้วย โดยนัยยะสำคัญที่กองทัพได้พิจารณาแล้วการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น ตนคิดว่าเราจะได้ประโยชน์ก็คือ ลดการเผชิญหน้ากันของกองทัพ ไม่แทรกแซงกิจการภายในต่อกัน และพยายามใช้ประโยชน์จากอาเซียนบวกพลัส คือ รวมประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่เฉพาะประเทศในอาเซียน เช่น ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา อินเดีย เป็นต้น
เมื่อถามว่าภายใต้การบริหารงานจะบูรณาการเหล่าทัพอย่างไร พล.อ.สมหมาย กล่าวว่า การทำงานของเหล่าทัพมีการบูรณาการร่วมกันอยู่แล้ว โดยมีแผนยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นแผนต้นแบบจากกองทัพไทย ของกระทรวงกลาโหม โดยนำนโยบายมาจากรัฐบาล อย่างไรก็ตามตนเชื่อมั่นว่าทุกเหล่าทัพมีความแน่นแฟ้น มีความสามัคคี ในการดำเนินการต่างๆจะมีการปรึกษา พูดคุยกัน แต่ที่จะมียุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นในปีหน้า คือตนจะใช้บทบาทของคณะผู้บัญชาการทหาร ที่ประกอบด้วย ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ และเสนาธิการทหาร เป็นเลขาฯ ให้มากขึ้น
เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่ทหารถือเป็นกลไกหลักในการสร้างความปรองดอง และความสามัคคีของคนในชาติ มอบนโนบายอย่างไรบ้าง พล.อ.สมหมาย กล่าวว่า การปรองดอง ต่อไปจะมี คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) เกิดขึ้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อการปรองดองของคนในชาติ เพราะฉะนั้นตนอยากให้ทุกคนอยู่กันอย่างสันติสุข มีความรักต่อกันและอยากให้ทุกคนรักชาติให้มากๆและทุกวันนี้ ทุกเหล่าทัพปฏิบัติงานไปตามปกติ เพื่อให้เกิดความปรองดองในประเทศชาติ เพื่อช่วยรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ
พล.อ.สมหมาย กล่าวอีกว่า ในฐานะที่ตนและผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกท่าน ดำรงสมาชิกเป็นสภานิติบัญญัติ กองทัพเตรียมเชิญ คณะกรรมธิการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ดูแลงานด้านการป้องกันประเทศและการทหารของสภานิติบัญญัติ(สนช.)มาเยี่ยมเหล่าทัพเพื่อให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง สนช.กับกองทัพ สำหรับจุดยืนของกองทัพนั้นพร้อมสนับสนุน ให้ความร่วมมือและปฏิบัติงานตามคำสั่ง และนโยบายของรัฐบาล และคสช. รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม





