วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

องค์กรวิชาชีพสื่อฯ ยื่นกรธ.เน้นหลักสิทธิ-เสรีภาพ

องค์กรวิชาชีพสื่อฯ ยื่นข้อเสนอกรธ. เน้นยึดหลักสิทธิ-เสรีภาพสื่อมวลชน ห้ามนักการเมือง-จนท.รัฐแทรกแซง เว้นเป็นประเด็นที่กฎหมายห้าม-กระทบมั่นคง

เครือข่ายองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ยื่นจดหมายเปิดผนึก เพื่อส่งความเห็นและข้อเสนอแนะขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ผ่านนายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย และนายภัทระ คำพิทักษ์ ฐานะอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอแนะ ในกรธ. โดยมีเนื้อหาต่อการร่างรัฐธรรมนูญที่สำคัญ คือ

1.ต้องมีหลักประกันเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นโดยไม่มีการจำกัด เว้นแต่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น รวมถึงเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจของสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกันต้องมีบทบัญญัติเพื่อป้องกันการแทรกแซงสื่อมวลชน อาทิ ห้ามสั่งปิดกิจการสื่อมวลชน , ห้ามการให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำเสนอ เว้นแต่เป็นการกระทำตามที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติเพื่อความมั่นคง ขณะที่ความเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชนต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยและห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน และโทรคมนาคม ไม่ว่าในนามของตนเองหรือให้ผู้อื่นถือหุ้นแทน 

2.ต้องรับรองเสรีภาพในการประกอบกิจการสื่อมวลชนรวมถึงเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร ความเห็นของพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ โดยต้องมีบทบัญญัติห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางหรือแทรกแซงการนำเสนอข่าวสาร แสดงความเห็น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หากกระทำแทรกแซงให้ถือว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลบังคับใช้ เว้นแต่เป็นกรกระทำที่เป็นไปตามกฎหมายหรือจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ และ 3. ต้องกำหนดให้คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ และให้มีองค์กรรัฐที่อิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่มีการครอบงำจากการเมืองและธุรกิจ รวมถึงต้องเปิดให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีเป็นธรรม มีมาตรการป้องกันไม่ให้มีการผูกขาด และครอบงำข่าวสาร และดำเนินการธุรกิจซึ่งมีผลต่อกรขัดขวางสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายของประชาชน

นายธิติพันธ์ กล่าวว่า ตนจะนำข้อเสนอและความเห็นขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนไปพิจารณา ทั้งนี้ตลอดเวลาการทำร่างรัฐธรรมนูญจนถึงเดือนมกราคม 2559 องค์กรสื่อฯ สามารถนำเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรธ. ได้เป็นระยะๆ ขณะที่ในบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญได้ยึดหลักการความเป็นเสรีภาพ ขณะที่กลไกของการควบคุมกันเองของสื่อมวลชนตามที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เขียนโดยอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่ได้นำมาพิจารณา แต่สิ่งสำคัญที่ต้องหารือกันคือประเด็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการสื่อมวลชนและผู้ที่อยู่ในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยต้องรับผิดชอบต่อตนเอง และองค์กร 

ด้านนายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวถึงข้อสังเกตต่อกรณีการกำกับหรือสร้างกลไกความรับผิดชอบของสื่อมวลชนว่า กรณีที่จะกำหนดกลไกใดต้องพิจารณาด้วยว่าไม่ใช่เป็นการให้อำนาจมากเกินไปจนกลายเป็นช่องทางที่จะเข้ามาแทรกแซงสื่อมวลชน อาทิ การให้สิทธิออกใบอนุญาต หรือ ถอนใบประกอบอนุญาตกิจการสื่อฯ ที่อาจเกิดการแทรกแซงได ประเด็นดังกล่าวหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นอันตรายต่อสังคม