สอศ.ผุดอาชีวะซ่อมสร้าง สนองนโยบายกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล 2,000ศูนย์ของ 368 วิทยาลัย เน้นให้บริการซ่อมแซม บำรุงอุปกรณ์ให้แก่ปชช.
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบนโยบายการดำเนินโครงการอาชีวะบริการซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล แก่ผู้บริหารวิทยาลัยในสังกัด สอศ.ทั่วประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ ตอนหนึ่งว่า โครงการอาชีวะบริการฯ เป็นโครงการพิเศษที่ สอศ.เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยใช้ศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาอาชีวะที่ครั้งนี้ขอให้ผู้บริหารวิทยาลัย ประสานความร่วมมือกับวิทยาลัยอาชีวะเอกชนในพื้นที่ร่วมกันออกให้บริการประชาชนผ่านศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it center
ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของโครงการอาชีวะบริการฯ ดังกล่าวจะเน้นซ่อมบำรุงเครื่องมือการเกษตร ยานพาหนะ อุปกรณ์การประกอบอาชีพ เครื่องใช้ในครัวเรือน ระบบไฟฟ้า ประปาและสาธารณูปโภคอื่นๆในครัวเรือนให้แก่ประชาชนและเกษตรกรที่มีรายได้น้อย เพื่อลดรายจ่ายในการซ่อมบำรุงและยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ สามารถใช้งานได้นานขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัยแล้ง 14 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครปฐม นนทบุนรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ถือเป็นโอกาสดีที่นักเรียน นักศึกษาอาชีวะทั้งรัฐและเอกชน จะได้ทำงานร่วมกัน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง และวิทยาลัยต้องใช้โอกาสนี้สร้างสำนึกเรื่องจิตอาสาและความสามัคคีด้วย ที่สำคัญเรื่องการใช้งบประมาณขอให้ใช้อย่างประหยัด คุ้มค่า เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส
ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า สอศ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการโครงการอาชีวะบริการฯ จำนวน 382 ล้านบาท ในวิทยาลัย 368 แห่ง จำนวน 2,000 ศูนย์ๆละ 191,000 บาท ซึ่งจะใช้เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าเบี้ยเลี้ยงผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งโครงการอาชีวะบริการฯ มีระยะเวลาในการดำเนินงานตุลาคม-ธันวาคม 2558 ตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล โดยภายในเดือนพฤศจิกายน 2558 วิทยาลัยต้องดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ 75% และต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2558
"เรื่องเบิกจ่ายงบประมาณนั้น รมช.ศึกษาธิการได้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส ซึ่ง สอศ.มีประสบการณ์ในการบริหารโครงการในลักษณะเดียวกันนี้อยู่แล้ว ในส่วนของการรายงานผลก็ได้จัดทำระบบรองรับแล้ว อย่างไรก็ตาม รมช.ศึกษาธิการ ได้กำชับด้วยว่าให้ทุกวิทยาลัยดูแลเรื่องการปลอดภัยทั้งระหว่างการเดินทางและการปฏิบัติงานให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่มาร่วมโครงการ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้ปกครองคลายกังวลและมีความสุขในการทำงาน" ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว





