"จตุพร" ถามรื้อ 12 คดีเก่าที่รัฐบาลเสียหาย แต่ไม่มีคดีปรส. -คดีโรงพัก 396 แห่ง ส่อเจตนาทุจริต สงสัยรัฐบาลทำเพื่อสะใจหรือปราบโกงจริง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านยูทูปว่า ทำไมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคสช. ไม่สนใจให้รื้อคดีองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) และโครงการก่อสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่งทั่วประเทศมาตรวจสอบ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงการทุจริตครั้งมโหฬารของประเทศไทย โครงการปรส. เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับโครงการโฮปเวลล์ และทำให้รัฐเสียหายมากกว่า 6.5 แสนล้านบาท พร้อมกับมีดอกเบี้ยด้วย โดยเงินจำนวนนี้นำมาจ่ายให้นักธุรกิจที่สมคบกับต่างชาติ แล้วโกงและล้มบนฟูก ซึ่งเป็นการปล้นประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างโรงพักทั่งประเทศจำนวน 396 แห่ง ที่มีการประมูลงานเพียงรายเดียว จึงเป็นการคิดทุจริตสำเร็จรูปมาตั้งแต่ต้น เพราะไม่มีใครสามารถบริหารสัญญาการก่อสร้างได้ทั่วประเทศ ดังนั้นจึงมีการรับเหมาช่วง แล้วเรียกเก็บค่าหัวคิว กินเปอร์เซ็นต์จาก 15 ได้ 5 หรือสมมุติ 20 เปอร์เซ็นต์ ก็ได้ 8 เปอร์เซ็นต์
นายจตุพร กล่าวอีกว่า คดีเก่าที่อยู่ในความสนใจของรัฐบาลและให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย รื้อมาตรวจสอบกันใหม่ถึง 12 คดีนั้น ต้องการปราบการทุจริตจริงจังหรือไม่ เพราะการเลือกฟื้นคดีเก่าบางคดีขึ้นมา แล้วละเว้นบางคดีนั้น สะท้อนถึงวิธีคิดที่ไม่สุจริตแล้ว โดยเฉพาะคดีก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นคดีที่หลอกให้รัฐกลายเป็นผู้เสียหายแล้วต้องจ่ายเงินชดเชยให้เอกชน ซึ่งนายวิษณุ ย่อมรู้เรื่องดี นายวิษณุรับรู้โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านมาตั้งแต่เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2536-2545 วันยกเลิกสัญญายังเป็นรองนายกรัฐมนตรี (2545-2549) ในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ดังนั้นถ้าการยกเลิกสัญญาเป็นความผิดและต้องชดใช้ความเสียหายแล้ว นายวิษณุต้องร่วมชดใช้ด้วย
นายจตุพร กล่าวอีกว่า กรณีรัฐบาลจะออกคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เชื่อว่าเป็นการกระทำด้วยสะใจในการเห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นความสุขของตัวเอง เพราะคดีนี้ไม่เกี่ยวกับการทุจริต และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่ได้พิพากษา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจพยานเท่านั้น แต่คำสั่งทางปกครองกลับเป็นการพิพากษาถึงขั้นต้องยึดทรัพย์กันแล้ว การกำหนดยุทธศาสตร์ทำลายคนเก่า เพื่อให้จำคนใหม่ โดยที่คนใหม่ไม่ต้องทำความดีอะไรเลย ประชาชนรักความเป็นธรรมจะเกิดความรู้สึกว่า ถูกท้าทาย ดังนั้นรัฐบาลควรทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าเร่งรีบจนไม่สนใจความรู้สึกของคนรักความเป็นธรรม


