รักษาการรองเลขาฯเพื่อไทย ขอรัฐฐาลอย่าชี้นำกระบวนการยุติธรรมในคดี โครงการรับจำนำข้าว ย้ำมีการอุดหนุนเกษตรกร กันทั่วโลก
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ว่า รัฐบาลไม่เคยบอกว่า โครงการรับจำนำข้าวผิด หรือผู้ที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีผิด แต่ที่ผิดคือการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตนั้น แม้จะเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารในรัฐบาลนี้จะกล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยบอกว่าโครงการรับจำนำข้าวผิด หรืออดีตนายกฯผิด ซึ่งจะได้บันทึกไว้ แต่การที่ท่านกล่าวว่า อดีตนายกฯ ผิดที่ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวนั้น เห็นว่าน่าจะเป็นการชี้นำไปในกระบวนการพิจารณาคดีของศาล เพราะประเด็นการกล่าวหาของป.ป.ช.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯปล่อยปละละเลย ฯดังกล่าว อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าผิดตามข้อกล่าวหาแต่ประการใด
ทั้งยังมิได้เริ่มไต่สวนคู่กรณีด้วยซ้ำ ยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบบัญชีพยานทั้งสองฝ่าย ดังนั้น จึงไม่ควรชี้นำ ชี้ผิด ชี้ถูกอันอาจส่งผลไปยังกระบวนการพิจารณาของศาลได้ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาอย่างยิ่ง และอาจเป็นการละเมิดอำนาจศาลที่ไปชี้ผิด ชี้ถูก ก่อนมีคำพิพากษาได้
"เท่าที่ทราบกว้างๆ อดีตนายกฯ ได้ตั้งประเด็นสู้ในทางคดีทั้งประเด็นไม่ได้ปล่อยปละละเลย และประเด็นไม่ได้กระทำการทุจริต เพราะโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการสำคัญที่ได้แถลงเป็นนโยบายต่อรัฐสภา ใช้งบประมาณจำนวนมากจึงต้องรอบคอบด้วยการตั้งคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการหลายคณะตามระบบของทางราชการเพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอน และในทุกขั้นตอนดังกล่าวจะมีผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนอย่างชัดเจน หากมีความเสียหาย หรือมีการทุจริตในขั้นตอนไหน จะมีผู้รับผิดชอบในแต่ละทุกขั้นตอนทั้งสิ้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอย้ำให้ระมัดระวังการชี้นำกระบวนการยุติธรรมเพื่อความเป็นธรรมของผู้ถูกกล่าวหา และเป็นเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งที่เห็นว่ารัฐบาลไม่ควรใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในโครงการรับจำนำข้าว ควรใช้ช่องทางศาลยุติธรรม ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการในช่องทางดังกล่าว ก็จะไม่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่ประการใด ทั้งยังได้รับการเชื่อมั่นว่าปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาโดยใช้หลักนิติธรรม "
นายชวลิต ตั้งข้อสังเกต ในประการสุดท้ายเกี่ยวกับค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวดังนี้ 1.การอุดหนุนเกษตรกร เขาทำกันทั่วโลก แม้กระทั่งประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น และรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาก็ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรตามแต่จะเรียกชื่อโครงการ จะถือเป็นความเสียหายที่เรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้หรือไม่
2.การตรวจสอบข้าวที่อ้างว่ามีความเสียหาย มีกระบวนการตรวจสอบอย่างไร ยังไม่เคยเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการ และเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้โต้แย้งว่ากระบวนการตรวจสอบถูกต้อง ชอบธรรมหรือไม่
3.การตรวจสอบโดยใช้หลักทางบัญชีแต่เพียงอย่างเดียว มิได้ใช้หลักทางเศรษฐศาสตร์ควบคู่ไปด้วย ไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา เพราะนโยบายโครงการรับจำนำข้าว นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนทางด้านเศรษฐกิจหลายรอบจากชนบทสู่เมืองและกรุงเทพมหานครซึ่งพิสูจน์ได้จาก จีดีพี.ที่เติบโตขึ้นและก็เป็นหลักเดียวกันกับที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง นายกฯฝ่ายเศรษฐกิจในรัฐบาลนี้ที่ทุ่มงบประมาณนับแสนๆล้านเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนจากชนบทสู่เมืองและกรุงเทพมหานครเช่นกัน
"จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเห็นว่าไม่ควรใช้คำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ควรให้ศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลยุติธรรมเป็นผู้พิจารณาจึงจะได้ชื่อว่าใช้หลักนิติธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา"นายชวลิต กล่าว





