วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จเร'ทำใจเด้งฟ้าผ่า ลือไม่สนองงาน สอบทุจริตช้า

"จเร"ทำใจ เด้งฟ้าผ่า ลือไม่สนองงาน คาดปมสอบทุจริตล่าช้า สร้างสภาใหม่ไม่คืบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่ถูกคำสั่ง มาตรา 44 ให้ย้ายไปช่วยราชการเป็นปรึกษาประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย และให้นายนัฑ ผาสุข พ้นจากตําแหน่ง ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรโดยให้ปฏิบัติหน้าที่ ว่า"ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว ผมเป็นข้าราชการไม่มีปัญหา เมื่อมีคำสั่งออกมาอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม" เมื่อถามว่า คิดว่าสาเหตุที่ถูกโยกย้ายในครั้งนี้มาจากเรื่องใด นายจเร ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยกล่าวเพียงสั้นๆก่อนวางสายโทรศัพท์ว่า"แค่นี่นะครับ"   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งโยกย้ายนายจเร ซึ่งเหลืออายุราชการ 2 ปี ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มข้าราชการของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเหตุการณ์เด้งฟ้าผ่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็น ครั้งที่ 2 ต่อจากนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย อดีตเลขาธิการสภาฯ ที่ถูกคำสั่งตามมาตรา 44 ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนนายนัฑ ที่ย้ายจากสำนักงานวุฒิสภา มาเป็น เลขาธิการธิการสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการย้ายข้ามห้วยครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาการเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารจะใช้ลูกหม้อในองค์กรนั้นๆ ซึ่งนายนัฑ ก่อนหน้านี้ก็เป็นแคนดิเดทเลขาธิการวุฒิสภาแต่ก็พลาดจากตำแหน่งไป  

ทั้งนี้การย้ายนายจเร ไปช่วยราชการเป็นที่ปรึกษาประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้มีสัญญาณมาก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งมีการพูดกันในวงในของผู้บริหารระดับสูงว่า อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากบทบาทการทำงานของนายจเร ไม่ถูกใจและไม่ตอบสนองฝ่ายบริหาร ในหลายเรื่อง อาทิ ไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบปัญหาการทุจริตภายในสภาผู้แทนราษฎรหลายเรื่อง ในช่วงการทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา

รวมถึงความล่าช้าในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีปัญหาภายในเรื่องมีข้าราชการสภาผู้แทนราษฎรนำดินจากพื้นที่โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ไปถมในพื้นที่ของเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ ทั้งๆที่สภาผู้แทนราษฎรได้บริจาคดินดังกล่าวให้กับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำมาใช้ในการกิจการของมูลนิธิฯ