วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.หวังใช้นศท.เป็นแกนนำสร้างการรับรู้ร่างรธน.

คสช.หวังใช้พลังนักศึกษาวิชาทหารทั่วประเทศ เป็นแกนนำสร้างการรับรู้ร่างรัฐธรรมนูญ สู่ประชาชน ดำเนินการ 3 ขั้นตอน ก่อนเข้าสู่การทำประชามติ

พล.ท.วีรชัย อินทุโศภน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน(ผบ. นรด.) เป็นประธานเปิดตัวกิจกรรมและเสวนาในหัวข้อ“การสร้างการรับรู้ ร่างรัฐธรรมนูญ”ร่วมกับผศ. วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติ และอดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยมี พล.ต.ปราการ ปทะวานิช ผู้บัญชาการศูนย์การกำลังสำรอง ให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังมี ครูฝึกจากศูนย์ฝึกหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารทั่วประเทศ จำนวน 150 นาย ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ ซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 100 นาย และนักศึกษาวิชาทหารจำนวน 3,000 นาย เข้าร่วมกิจกรรม

พล.ท.วีรชัย กล่าวเปิดงานว่า การดำเนินการของรัฐบาลและคสช.ในห้วงที่ผ่านมา สามารถยืนยันและให้ความมั่นใจกับคนไทย พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยของเราเดินหน้าด้วยความมั่นคง มั่นคั่งและยั่งยืน ทั้งนี้คนไทยคงได้สัมผัสถึงความจริงใจ จริงจัง ซื่อสัตย์สุจริตและความหวงแหนต่อประเทศชาติของผู้นำประเทศ ดังนั้นการเปิดตัวกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่นของรัฐบาลและคสช.ในการบริหารประเทศไปสู่ความเป็นปึกแผ่น มั่นคง นำความสุขมาสู่ประชาชนโดยรวม 

พล.ท.วีรชัย ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพบกโดยนรด.จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังให้นักศึกษาวิชาทหาร สร้างความรับรู้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเรามีกำลังฝึกทั่วประเทศ 300,000 คน จนการศึกษาไปก็มี บางส่วนกระจายตามภูมิภาคต่างๆ โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้นโยบายกับ นรด.ว่า เราต้องจัดตั้งมวลชนนักศึกษาวิชาทหาร เป็นหมวดหมู่ ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้เพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ตลอดจนปลูกฝังนักศึกษาวิชาทหารให้มีจิตอาสา เพราะเป็นบุคคลที่มีความรู้ การศึกษา มองว่าหากประชาชนทุกคนมีจิตอาสา เชื่อว่าบ้านเมืองจะสงบสุขอย่างแน่นอนโดยกิจกรรมดังกล่าวแบ่งเป็น3ขั้นตอน 1.เปิดตัวกิจกรรมและอบรมให้ความรู้กับครูฝึกทั่วประเทศเพื่อให้นำความรู้นี้ไปขยายผลกับนักศึกษาวิชาทหารในสังกัด ในช่วง ต.ค.-พ.ย.58 

ขั้นที่2.อบรมนักศึกษาวิชาทหาร ให้เกิดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการและเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปขยายผลต่อได้อย่างถูกต้อง โดยในส่วนของ กทม.และปริมณฑล ที่มีนักศึกษาวิชาทหารอยู่ประมาณ 6-7หมื่นคน จะใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และหลังเดือน ม.ค.59 จะเร่งดำเนินกานทั่วทั้งประเทศโดยใช้พื้นที่ ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี ในการปลูกฝังให้การรับรู้ เริ่มตั้งแต่ ธ.ค.58-มี.ค.59 

และ 3.ให้นักศึกษาวิชาทหารเป็นแกนนำขยายผลการสร้างการรับรู้การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้กับครอบครัว ชุมชน และประชาชนทั่วไป เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประกอบในการตัดสินใจ นำไปสู่การจัดทำประชามติในช่วง เม.ย.-ก.ค.59ว่า จะรับ หรือ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 

"ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว ไม่ใช่การชี้นำเด็ก โดยนายกรัฐมนตรี ได้ระบุไว้ว่า เรื่องร่าง รธน. จะได้หรือไม่ได้ เป็นเรื่องของประชาชน ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะต้องไปชี้นำ เพียงแต่เรานำข้อมูลที่ถูกต้องไปเผยแพร่ เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชน"พล.ท.วีรชัย กล่าว 

ขณะที่ ผศ. วุฒิศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวมีความสำคัญ เน้นการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นการล้างสมองเด็ก เพราะในระหว่างการดำเนินการร่าง รธน.จะมีข่าวลือออกมาทั้งในเรื่องการยุบองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) การยุบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หากเราไม่มีช่องทางในการสื่อสารกับประชาชนในระดับล่างก็จะเกิดความเข้าใจผิด

ด้าน ดร.อมร กล่าวว่า กรธ.ทั้ง 21 คนไม่มีพลังในการขับเคลื่อนการสร้างความเข้าใจในเรื่องร่าง รธน.ให้กับประชาชนทั้ง 77 จังหวัด จึงต้องอาศัยพลังของนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมทั้งยอมรับว่า การร่าง รธน.ฉบับดังกล่าวมีกรอบเพื่อแทนคุณแผ่นดิน เน้นผลประโยชน์แห่งชาติ อย่างไรก็ตามในระหว่างการดำเนินการร่าง รธน. ตนจะสรุปความคืบหน้าการดำเนินการต่างๆส่งผ่านมายังฝ่ายเสธนาธิการ นรด.เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง นอกจากนี้เราจะมีการประเมินผลก่อนจะมีการทำประชามติ เพื่อสำรวจความคิดเห็นประชาชนเป็นระยะๆว่าสามารถสร้างการรับรู้ตลอดจนการสนองตอบของประชาชนอย่างไรบ้าง

ดร.อมร กล่าวอีกว่า สำหรับกรอบการร่าง รธน.ยึดตาม มาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ระบุไว้10ข้อ และยืนยันมาตรา35ไม่มีส่วนที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นสากล หรือไม่เป็นสากล เพราะเป็นเพียงการกำหนดขอบเขตในการร่างว่าจะต้องไม่ดำเนินการใดๆขาดเกินไปจากนี้ เพราะมาตรา 35 เพราะเป็นมาตราฐานสากลที่สามารถยอมรับได้อย่างไรก็ตามในส่วนของ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฎิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)นั้นอาจจะถูกบรรจุ หรือ ไม่ถูกบรรจุในร่าง รธน. ซึ่งเป็นไปได้ทั้ง2ทาง แต่ที่ผ่านมาเกิดความเข้าใจผิดใน2กลุ่ม คือกลุ่มผู้เสียประโยชน์และกลุ่มนักวิชาการ แต่ไม่เคยได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชน ดังนั้นในระหว่างทางการร่าง รธน.จะมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่า จะมี คปป.บรรจุอยู่ใน ร่างรธน.หรือไม่