"วิษณุ" รองนายกฯโต้ทนาย "ยิ่งลักษณ์" ชี้พรบ.ละเมิดฯเอาผิดรวมนักการเมือง เผยนายกฯไม่ต้องเซ็นคำสั่งปค.เรียกค่าเสียหายจำนำข้าว-หน้าที่ให้รมต.
เมื่อเวลา 12.30น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการเรียกร้องความเสียหายโครงการจำนำข้าวว่า เป็น 1 ใน12คดีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ติดตามความคืบหน้า แต่ไม่เคยถือว่านโยบายผิด และไม่ถือว่าทุจริต การทุจริตหรือไม่เป็นอีก 1 คดี ขณะนี้จะพูดถึงเรื่องประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเกิดความเสียหายหรือไม่ เป็นเรื่องคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความรับผิดทางแพ่งในชั้นของกระทรวงการคลังดำเนินการ ยังไม่ได้รายงานมาเพราะมีการขอขยายเวลาดำเนินการ ทั้งนี้ไม่สามารถระบุได้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาประมาทเลินเล่ออย่างไร ต้องไปว่ากันที่ชั้นศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระบุว่าคำสั่งทางปกครองไม่สามารถใช้กับอดีตนายกฯได้ นายวิษณุ กล่าวว่า เห็นหมดแล้วแต่จะไม่ตอบอะไร ได้ปรึกษากับอัยการกับผู้เกี่ยวข้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันในชั้นศาล รัฐบาลจะไม่พูดอะไรในเรื่องนี้อีกสำหรับการตอบโต้ แต่จะพูดเท่าที่เป็นความรู้ในกับประชาชนเพื่อสร้างความรับรู้และเข้าใจ
เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลยืนยันใช่หรือไม่ว่าจะใช้คำสั่งทางปกครอง นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลดำเนินการมาอย่างไรก็จำเป็นต้องดำเนินการตามนั้น เมื่อถามว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ครอบคลุมถึงนายกฯด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ครอบคลุมทั้งหมด ในนิยามของพ.ร.บ.ได้ระบุว่าพ.ร.บ.ใช้กับคำว่าเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่หมายถึงข้าราชการ คือข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง พนักงานของรัฐทุกประเภท รวมทั้งที่เป็นกรรมการด้วย แล้วในพ.ร.บ.หรือในระเบียบที่ออกตามพ.ร.บ.ก็มีการพูดถึงว่าในกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นรัฐมนตรี หรือแม้แต่นายกฯ ให้ดำเนินการอย่างไรเข้าใจว่าทนายฝ่ายนั้นคงได้ดูแล้ว สำหรับพ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดฯ และระเบียบมีสาระ คือในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือนักการเมือง หรือกรรมการไปกระทำละเมิด
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินการ แล้วคดีพ้นอายุความ2ปี ก็จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) จะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้กับรัฐบาล และรัฐบาลก็อาจจะต้องเป็นผู้ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งตัวเลขจะเท่ากับที่เรียกร้องความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ขึ้นอยู่กับกระบวนการ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการและใช้กฎหมายเดียวกับที่จะดำเนินการใช้ในขณะนี้เพื่อเสียค่าเสียหาย
“ผมไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการ แต่ก็ย้ำว่าตลอดว่าต้องให้ความเป็นธรรมในการสืบพยาน การที่จะเชิญใครต่อใครเข้ามา หากพบว่ายังมีจุดที่ยังไม่รัดกุมก็ต้องให้เวลา นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กระทรวงการคลังยังช้าอยู่ เนื่องจากพบว่ามีกรณีที่จะต้องให้ความเป็นธรรม แต่หากเราเชิญไปแล้วเขาไม่มาก็ช่วยไม่ได้ ส่วนกรณีที่ทนายคุณยิ่งลักษณ์อ้างกรณีนายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยผมไม่มีปัญหาเรื่องข้อคัดค้าน ทักท้วง เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาโต้คารมในเวลานี้ ทั้งหมดต้องพูดกันที่ศาล หากพูดมากไปจะทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวบุคคล เพราะขณะนี้ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ และที่ผมพูดมาทั้งหมดเป็นเพราะผู้สื่อข่าวถาม ผมไม่เคยอยากพูดเองและหากไม่ตอบก็จะเหมือนมีลับลมคมใน และมีจดหมายที่เขียนถามความคืบหน้ากับรัฐบาลไม่รู้กี่สิบฉบับว่าคดีความต่างๆ ถึงไหนแล้ว ผมก็เลยต้องพูดเพื่อให้รู้ว่ารัฐรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ได้เพิกเฉยหรือซ้ำเติม บี้กันจนเป็นคู่บาดหมาง" นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามถึงกระบวนการออกคำสั่งทางปกครองเอาผิดเรื่องดังกล่าว นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯไม่ต้องเซ็นก็ได้ ตนได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วว่า นายกฯจะเกี่ยวแค่ในช่วงต้นที่สำนวนมาจากคณะกรรมการตรวจสอบฯ จากนั้นคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน และกรรมการที่ประกอบด้วย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด จากนั้นจะส่งเรื่องกลับไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากเรื่องเกี่ยวข้องกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็จะส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่หากเกี่ยวข้องกัน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะส่งไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เพราะ พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539มาตรา5บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดและไม่อยู่ในสังกัดหน่วยงานใด ให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบ ดังนั้น คดี ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องส่งไปที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ เนื่องจากตำแหน่งนายกฯ ไม่มีสังกัดและที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการเพียงช่วงแรกนั้น เพราะนายกฯ ต้องลงไปดูในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการตรวจสอบฯ ของกระทรวงพาณิชย์ นายกฯก็ต้องไปร่วมเซ็นด้วย ซึ่งถือว่าสิ้นสุดในฝ่ายบริหารและจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการของตุลาการ ที่มีการโต้แย้งว่ากระบวนการไม่เป็นไปตามหลักยุติธรรม เรื่องไม่ขึ้นศาล แต่กระบวนการเริ่มต้นก็เป็นลักษณะนี้เพราะต่อไปเรื่องก็จะไปว่ากันในศาลปกครอง นั่นคือกระบวนการทางตุลาการ
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยระบุว่านายกฯต้องเซ็นคำสั่งทางปกครอง แล้วเหตุใดวันนี้จึงบอกว่า ไม่ต้องเซ็นก็ได้ นายวิษณุ กล่าวว่า เราได้ประชุมเมื่อประมาณครึ่งเดือนที่ผ่านมา และมีความเห็นเป็นที่ชัดเจนว่านายกฯ จะเซ็นหรือไม่ก็ได้ แต่ไม่ใช่เป็นการพยายามกันนายกฯออกมา เพราะหากดูตัวกฎหมายก็จะเห็นว่าต้องให้รัฐมนตรีเจ้าของคดีเป็นคนเซ็น ซึ่งกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด จึงให้รมว.คลังเป็นผู้เซ็น ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จะเซ็นร่วมกับรัฐมนตรีเจ้าของคดีเพียงครึ่งเดียวคือในช่วงแรก แต่ครึ่งหลังไม่ต้องเซ็น
“ไม่ได้เซฟนายกฯ เพราะเปิดกฎหมายดูก็จะเห็น แน่นอนอะไรก็ตามที่เซ็นเกินย่อมดีกว่าเซ็นขาดหรือไม่เซ็นเลย แต่ถ้าต้องเซ็นแล้วไม่เซ็นถือว่าเป็นโมฆะ ซึ่งนายกฯประกาศแล้วถ้ามีอะไรผิดจะรับผิดชอบด้วยตัวเอง” นานวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่า แสดงว่าถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะฟ้องร้องกลับก็จะไม่ถึงตัวพล.อ.ประยุทธ์ ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ถ้าทนายเก่งๆก็อาจจะฟ้องถึงตัวก็ได้ ซึ่งนายกฯเองก็คงงง เพราะที่ผ่านมาจะให้เซ็นมาโดยตลอด แต่อยู่ๆ ก็หายไป





