กรธ.สายสื่อฯ เชื่อร่างรธน.ใหม่ เขียนปมสื่อฯ ไม่ด้อยกว่ารธน.40 ชู"มีชัย"เข้าใจการทำงานของสื่อฯ หลังมีส่วนผลักดัน เลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ 2484
นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เผยว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้เข้าหารือร่วมกับ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงและแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อประกอบการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยตนได้ระบุถึงปฏิทินทำงานของกรธ. ที่นับจากนี้ไปจะมีเวลาประมาณ 2 เดือนเพื่อให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนระดมความเห็นเกี่ยวกับการเสนอความเห็นต่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นได้มีการพูดคุยในหลักการว่าสิ่งที่องค์กรวิชาชีพสื่อฯ ยินดีที่จะให้มีในร่างรัฐธรรมนูญ คือ เนื้อหาที่ไม่ด้อยไปกว่าที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ส่วนบทบัญญัติเพิ่มเติมที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่เห็นชอบนั้น ยอมรับว่ายังมีประเด็นที่เห็นแตกต่างกัน เช่น เขียนให้มีองค์กรใหม่เพื่อควบคุมสื่อมวลชน หรือ การมีบทบัญญัติควบคุมเกี่ยวกับการโฆษณาของหน่วยงานรัฐ ดังนั้นขอให้องค์กรวิชาชีพสื่อได้ระดมความเห็นเพื่อนำเสนอต่อกรธ. ซึ่งอาจทำผ่านตนก็ได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้การเขียนบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญได้เริ่มกระบวนการแล้ว ดังนั้นองค์กรวิชาชีพสื่อฯ อาจนำเสนอหลักการกว้างๆ เข้ามาให้กรธ.ก่อน จากนั้นจึงค่อยทำรายละเอียด
"ความเห็นส่วนตัวของผมต่อประเด็นสื่อฯ ควรเน้นไปที่บทบาทของภาคประชาชน ส่วนการควบคุมโฆษณาของภาครัฐ ที่ใช้งบประมาณรัฐไปซื้อเนื้อที่โฆษณากับสื่อมวลชน หากมีการตรวจสอบไม่ควรตั้งองค์กรใหม่ แต่การควมคุมนั้นควรให้มีการรายงานต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาได้ตรวจสอบ” นายภัทระ กล่าว
นายภัทระ กล่าวว่า ในการประชุมกรธ.สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการหารือถึงประเด็นของการควบคุมสื่อมวลชน ซึ่งกรธ.หลายคนแสดงความไม่สบายใจต่อบทบาทของสื่อมวลชนที่ผ่านมา ทั้งนี้ตนได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภูมิทัศน์ของสื่อมวลชนที่เปลี่ยนไป ทำให้กรธ.ที่ไม่สบายใจนั้นได้เห็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา ขณะที่การเขียนร่างรัฐธรรมนูญต่อเนื้อหาที่มีเกี่ยวกับสื่อมวลชนนั้น ตนเชื่อว่าจะออกมารูปแบบที่ดีพอสมควร เนื่องจากก่อนหน้านี้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ฐานะประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีบทบาทอย่างมากต่อการยกเลิกพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 นอกจากนั้นยังมีส่วนสำคัญต่อการเขียนเนื้อหาร่างกฎหมายว่าด้วยสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน





