วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝันที่ (อาจ) ไม่เป็นจริง

กรธ. แม่น้ำสายสำคัญ ที่คสช. วาดฝัน ให้เข้ามาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 อาจไม่มีทางเป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริง

บทบาทของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แม่น้ำสายสำคัญ ที่“คณะรักษาความสงบแห่งชาติ – คสช.” วาดฝัน ให้เข้ามาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่วางกติกาการเมืองให้รัดกุม เหมาะสม ป้องกันและปราบปรามการทุจริต สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วและเป็นธรรม  

โดยยึดโครงร่างเดิมที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557มาตรา35กำหนด และเติมโครงร่างพิเศษ อีก 5 ข้อ ที่เน้นรายละเอียดของภาคปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม คือ 

1.ทำรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับนับถือของสากล สอดคล้องกับสภาพปัญหา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประเทศไทยและคนไทยที่เป็นอยู่ 

2.สร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น

3.มีมาตรการป้องกันไม่ให้การเมืองใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้องโดยใช้เงินแผ่นดินไปอ่อยเหยื่อกับประชาชน จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ อย่างร้ายแรงและเกิดวิกฤตที่หาทางออกไม่ได้

4.มีแนวทางการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างได้ผล

5.สร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนเรื่องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และร่วมรับรู้และรับผิดชอบต่อความเจริญและการพัฒนาประเทศและสังคมโดยรวม  

จากความหวังของ คสช. ทำให้กลายเป็นแรงกระตุ้นให้ที่ประชุมกรธ. ที่ "มีชัย ฤชุพันธุ์" ประธาน กรธ. ทำหน้าที่หัวโต๊ะ ยกโครงร่างที่กำหนดไว้ มาวิพากษ์และถกเถียงถึงสูตรสำเร็จที่จะตอบโจทย์ แต่ด้วยปมปัญหาที่มากและความคาดหวังที่เกินจินตนาการ ทำให้ “กรธ.” จำเป็นต้องตั้งคณะทำงานชุดเล็ก มาศึกษาประเด็นเบื้องต้น4ประเด็นสำคัญ ได้แก่ โครงสร้างทางนิติบัญญัติ, โครงสร้างทางบริหาร, แนวทางการปฏิรูป, กลไกสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ และเรื่องที่ที่ประชุมกรธ.เต็มคณะต้องพิจารณาร่วมกัน คือ การหาทางป้องกัน ปราบปรามการทุจริต ซึ่งอาจเพิ่มมาตรการระงับการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศและสังคมโดยรวม  

รวมถึงยกประเด็นไฮไลท์ที่ต้องหาคำตอบมาพิจารณาเต็มองค์คณะ โดยเฉพาะประเด็นทางการเมือง ทั้ง การเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง, การตรวจสอบและควบคุมนโยบาย กลไกห้ามฝ่ายการเมืองแทรกแซงส่วนราชการ และการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรม คุณธรรมให้กับประชาชน  

โดยการศึกษาทั้งหมดคณะทำงานต้องเร่งทำและส่งกลับมายัง กรธ. อย่างช้าต้นเดือนธันวาคม นี้ เพื่อให้ทีมยกร่างบทบัญญัตินำไปเขียนเป็นภาษากฎหมายในร่างรัฐธรรมนูญ  

ขณะที่ความคาดหวังที่สำคัญ ซึ่ง“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.” สื่อความสู่สาธารณะเมื่อเช้าวันที่ 10 ตุลาคม ที่สะท้อนภาพของผู้นำประเทศ ที่การันตีงานร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีเข็มมุ่งสู่ การแก้ปัญหาของประเทศอย่างเป็นประชาธิปไตย และเชิญชวนให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างน้อยในกระบวนการแสดงความเห็น  

ทำให้หลายฝ่ายตีความถึงการเขียนรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญกับอนาคต “คสช.”!!  

โดยเฉพาะอนาคตของคสช.ที่ถูกยกวางไว้บนบ่าของ“คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ให้นำพาไปสู่ถนน อันเป็นทางลงจากอำนาจแบบสวยงาม รวมถึงต้องสร้างคำตอบให้กับเหตุผลตั้งต้นของการเข้ายึดและควบคุมอำนาจปกครองประเทศ เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557  

แต่การจะเขียนรัฐธรรมนูญเพื่ออนาคตที่สวยงามของคสช. ในความเป็นจริงไม่ใช่ของง่าย เพราะสังคมที่จับตา และไม่ได้ให้ความไว้วางใจ ในหลายเงื่อนไข อาทิ การสืบทอดอำนาจ-สร้างรัฐราชการซ้อนรัฐบาลของประชาชน-ลดบทบาทภาคประชาสังคมต่อกิจการบ้านเมือง อย่างที่เคยเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา  

แม้ สารของ “หัวหน้า คสช.” ผ่าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯในตอนท้าย ที่ระบุคำสำคัญว่า “คสช.และรัฐบาล คาดหวังว่า รัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่างอยู่นี้จะได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนในการแสดงความคิดเห็นจนเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ และคงเป็นการดีที่ทหารจะต้องไม่เข้ามาแก้ปัญหาเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีก” แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำให้ระดับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นหรือไม่  

เพราะการให้เฉพาะ “สิทธิแสดงความเห็น” แต่ไม่ให้ เวทีหรือโอกาสหรือผ่อนปรนกติกาที่บีบรัด อย่างที่ภาควิชาการ-สังคมหลายฝ่ายเรียกร้องอาจทำให้เกิดการมีส่วนร่วมแบบหลอกๆ  

หากมีแต่คำพูด โดยไม่มีสิ่งการันตีทางปฏิบัติ ความหวังแห่งอนาคตสวยงามและรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ตามที่คสช.วาดฝัน อาจไม่มีทางเป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริง