ทนายความชูชาติเข้าเยี่ยม"อาเดม" ยันรับสารภาพวางระเบิดท้าวมหาพรหม ตามคำสั่ง"อับดุลเลาะห์"แลกไปตุรกี หวังได้รับการลดโทษ
กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่11 (พันร.มทบ.11)-นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายบิลาน มูฮัมหมัด หรืออาเดม คาราดัค ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ได้เดินทางมาเข้าเยี่ยมนายบิลาน หลังจากที่ทางพนักงานสอบสวนขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังเป็นผัดที่ 4 เพื่อสอบถามประเด็นมูลเหตุจูงใจและความชัดเจนของเส้นทางที่ใช้เข้ามาประเทศไทย รวมถึงวิธีการขั้นตอนในการวางแผนก่อเหตุระเบิด อีกทั้งเรื่องการจัดหาที่พักในไทย
นายชูชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมนายบิลานว่า การเดินทางมาวันนี้เพื่อสอบถามรายละเอียดนำไปทำคำร้องประกอบคำรับสารภาพ โดยใช้การสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ เพราะนายบิลานทราบว่าการกระทำของเขาเป็นโทษหนัก หากรับสารภาพแล้วจะได้รับการลดโทษ ซึ่งจากการพูดคุย ได้สอบถามถึงแหล่งที่มา โดยนายบิลานยอมรับว่าเดินทางมาจากประเทศจีน แต่ไม่บอกเมืองที่อาศัยอยู่ เพราะเกรงว่าทางการจีนจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเพื่อนและญาติที่เมืองดังกล่าวโดยเดินทางผ่านประเทศเวียดนามเข้ามาไทย เพื่อรอเดินทางไปประเทศมาเลเซีย และปลายทางคือประเทศตุรกี เพราะขณะนี้ครอบครัวและญาติพี่น้องอยู่ที่ประเทศตุรกีหมดแล้ว ส่วนมูลเหตุแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ยืนยันว่านายอับดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์มาน เป็นคนสั่งการให้นำกระเป๋าที่บรรจุระเบิดไปวางไว้ที่ศาลท้าวมหาพรหมในวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ก่อนถึงจุดวางระเบิดในเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ส.ค. 58 นายบิลานได้เข้าไปยังมัสยิดแถวนั้นเพื่อทำการละหมาด จากนั้นได้นั่งรถแท็กซี่กลับมา เพื่อนำกระเป๋าไปวางตามจุดที่นายอับดุลเลาะห์สั่งการไว้ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. เมื่อนายบิลานถามหาสาเหตุว่าเหตุใดจึงต้องไปวางที่ศาลท้าวมหาพรหม แต่นายอับดุลเลาะห์ไม่ตอบ ตนคาดว่าจะเป็นเรื่องบุญคุณส่วนตัว โดยนายอับดุลเลาะห์ให้นายบิลานนำกระเป๋าระเบิดวางไว้ให้ใกล้ศาลท้าวมหาพรหมที่สุด เพราะมีคนพลุกพล่านเป็นจำนวนมาก จากนั้นนายบิลานจึงได้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และถอดวิกที่นายอับดุลเลาะห์ เตรียมไว้ให้ที่ก่อนจะหลบหนีไป ทั้งนี้นายบิลานยังบอกอีกว่า หากทำงานตามคำสั่งการเสร็จสิ้น นายอับดุลเลาะห์จะประสานงานกับทางมาเลเชีย เพื่อให้นายบิลานเดินทางผ่านไปยังประเทศตุรกี
นายชูชาติ กล่าวอีกว่า นายบิลานเล่าว่าหลังจากก่อเหตุก็ไม่ทราบข่าวหรือรับรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิด เนื่องจากที่ห้องพักไม่มีเครื่องมือสื่อสารและไม่มีโทรทัศน์ แต่เมื่อตนให้ดูภาพเหตุการณ์ดังกล่าวก็มีท่าทีที่สลดใจและรู้สึกผิดกับสิ่งที่กระทำ อย่างไรก็ตามนายบิลานยืนยันว่ารู้จักนายอับดุลเลาะห์เพียงคนเดียวเท่านั้น และไม่รู้จักคนอื่น รวมถึงนายไมไรลี ยูซุฟู ผู้ต้องหาอีกรายด้วย อีกทั้งไม่เคยเห็นนางวรรณา สวนสัน หรือนางไมซาเราะห์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพัวพันเหตุระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรด้วย แต่เรื่องแรงจูงใจนั้นนายบิลานยังปิดอยู่เหมือนกับว่ามีอะไรอยู่ในใจ สำหรับเรื่องพาสปอร์ตปลอมที่มีชื่ออาเดม คาราดัคนั้น
นายอับดุลเลาะห์เป็นคนนำมาให้ที่อพาร์ทเมนต์ เพื่อใช้เดินทางไปมาเลเซียและตุรกีต่อไป ทั้งนี้นายบิลานยืนยันว่าเป็นชาวอุยกูร์ หลังจากนี้คงจะต้องสอบถามอย่างละเอียดก่อนที่จะดำเนินการขั้นตอนการยื่นคำร้องต่อศาลทหารกรุงเทพ คาดว่าอีกประมาณ 2 สัปดาห์จะเข้าเยี่ยมนายบิลานอีกครั้ง และจะพยายามติดต่อญาติของนายบิลานที่อยู่ประเทศตุรกีด้วย





