"ดีเอสไอ"เตรียมตั้งวอร์รูมสอบสวนคดีฟอกเงินจากการปล่อยกู้ให้กฤษดามหานคร เร่งขอคัดคำให้การพยานในชั้นศาลประกอบสำนวนคดี
พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนความผิดฐานฟอกเงิน สืบเนื่องจากคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กลุ่มกฤษดามหานคร ว่า ได้เชิญผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาอธิบายถึงการจัดทำแผนผังทางการเงินดังกล่าวว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างไร เบื้องต้นพบว่าธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับบุคคลและนิติบุคคลรวมกว่า 50 - 60 ปาก จึงสั่งการพนักงานสอบสวนประสานงานกับอัยการสูงสุดและศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอคัดคำให้การพยานในชั้นการพิจารณาคดีของศาลมาประกอบสำนวน เพื่อให้มีความชัดเจนว่าพยานแต่ละปากให้การอย่างไร
จากนั้นจะนำคำให้การของพยานมาเปรียบเทียบกับแผนผังเส้นทางการเงินของธปท. เพื่อคัดกรองผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ในส่วนพยานบุคคลที่พนักงานสอบสวนชุดเดิมสอบปากคำไว้ 148 ปากคาดว่าอาจไม่เป็นประโยชน์ในการสอบสวนมากนัก พนักงานสอบสวนชุดใหม่จึงต้องตั้งรูปคดีใหม่ และจำเป็นต้องตั้งวอร์รูมสอบสวนคดีเป็นการเฉพาะเพื่อให้คดีมีความคืบหน้าชัดเจน
ทั้งนี้ได้รายงานพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับแทนข้อมูลเบื้องต้นว่าแผนผังการเงินมีความเชื่อมโยงกับบุคคลจำนวนมาก จึงไม่สามารถสรุปสำนวนภายใน 30 วัน ตามที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ แต่มั่นใจว่าจะสารมารถสรุปสำนวนสั่งคดีได้ภายในอายุปี 2561 นี้
"สำหรับการแผนผังเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้างยังไม่ขอเปิดเผย เพราะไม่ต้องการให้กระทบกับรูปคดี แต่ขอให้มั่นใจว่าแผนผังการเงินที่ผ่านการวิเคราะห์จากธปท. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) มีความชัดเจน โดยพนักงานสอบสวนขอเวลาตรวจสอบผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในการรับโอนเงินว่ามีมูลหนี้ใดต่อกันหรือไม่ เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิสูจน์เจตนาความผิดฐานฟอกเงิน" พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าว


