วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จัดชุดไล่ล่าอดีตแชมป์แรลลี่ไทย ปี48 นักโทษคดีโกงร้อยล้าน

จัดชุดไล่ล่าอดีตแชมป์แรลลี่ไทย ปี48 นักโทษคดีโกงร้อยล้าน หลังหนีออกจาก รพ.

พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวนายบัญชา ทองก้อน อายุ 38 ปี อดีตนักแข่งรถยนต์แรลลี่ แชมป์ประเทศไทย ปี 2548 ซึ่งมีสถานะเป็นผู้ต้องขังชายแอบปลดเครื่องพันธนาการแล้วหลบหนีไปในขณะนอนพักรักษาตัวที่อาคารผู้ป่วย ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่าช่วงสายของวันนี้ (3 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งฝ่ายสืบสวน สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ(นปพ.) ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมประชุมหารือ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลความคืบหน้า โดยนายบัญชา ถือเป็นบุคคลอันตรายต่อสังคมไทย มีพฤติการณ์ร่วมกันฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์หลายพื้นที่ มีผู้เสียหายกว่า 30 ราย รวมมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ขณะนี้มี 6 หมายจับ และอยู่ระหว่างออกหมายจับ 16 คดี

จากการติดตามเส้นทางชีวิตของนายบัญชา มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.อุตรดิตถ์ ภรรยาอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีทรัพย์สินเป็นที่พักรีสอร์ทที่ จ.ระยอง ออกตระเวนหลอกเหยื่อในเขตภาคอีสาน โดยจุดที่นำรถยนต์ไปขายบริเวณแนวชายแดน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงต้องวางแผนให้รัดกุมรอบครอบที่สุด โดยจัดกำลังออกเฝ้าติดตามสถานที่คาดว่านายบัญชา จะใช้เป็นที่กบดานรักษาอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี เวลาจะเดินต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัว จึงอาจเป็นจุดสนใจ ขณะนี้ยังไม่พบเบาะแสความคืบหน้าของทิศทางการหลบหนีแต่อย่างใด

พ.ต.ท.วรชัย กล่าวต่อว่า การนำผู้ต้องขังมารักษาตัวที่สถานพยาบาลข้างนอก ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 4 คน ผลัดเปลี่ยนเวรยามควบคุมป้องกันการหลบหนี เรือนจำตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ไม่มีห้องควบคุมโดยเฉพาะและข้อจำกัด เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนั่งเฝ้าข้างเตียงได้ตลอด เมื่อหมดเวลาเยี่ยมต้องมานั่งอยู่ตามระเบียงนอกห้อง โดยใช้เครื่องพันธนาการเป็นโซ่ตรวนผูกมัดที่ขาขวาได้ข้างเดียว เนื่องจากขาซ้ายได้รับบาดเจ็บ จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่รับผิดชอบทั้ง 4 นาย ถือเป็นข้าราชการที่มีประวัติค่อนข้างดี จึงไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจ ได้รายงานเหตุการณ์ปกติ ช่วงเวลา 01.30 น.จนกระทั่งเวลา 04.30 น. ตรวจสอบไม่พบนายบัญชา ลักลอบหลบหนี ลงบันไดหนีไฟแล้วปีนกำแพงข้ามรั้วด้านหลัง รพ.มหาราชฯ ตั้งอยู่ข้างตลาดกลางสุรนคร แล้วหลบหนีในช่วงชุลมุนของตลาดสดยามเช้า

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของ รพ.มหาราชฯ เห็นภาพสุดท้ายในขณะใช้บันไดหนีไฟ หลังแพทย์ได้ขูดหนองที่แผลอักเสบหน้าแข้งซ้าย ได้นำมานอนพักรักษาตัวที่เตียงบนชั้น 4 ช่วงบ่ายมีอดีตผู้ต้องขังที่พ้นโทษ และกลุ่มชายฉกรรจ์มาเยี่ยม จึงมีความเป็นไปได้ที่จะลักลอบนำใบเลื่อยมาให้ช่วงเจ้าหน้าที่ไม่ได้นั่งเฝ้า นายบัญชา ฉวยโอกาสทีเผลอค่อยๆ แอบเลื่อยเครื่องพันธนาการ ต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาที ทั้งนี้ นายบัญชา เคยพูดตัดพ้อบ่นกับเพื่อนผู้ต้องขังว่า วิตกกังวล ชีวิตไม่ปลอดภัยมีคนคอยติดตามทำร้าย เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญสามารถเชื่อมโยงซัดทอดขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่ โดยมีโจทย์เป็นผู้มีอิทธิพลพอสมควร ดังนั้นการใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆ และรักษาอาการบาดเจ็บที่เรื้อรัง จึงไม่ปลอดภัยเหมือนอยู่ในเรือนจำ ฝากถึงประชาชนหากมีเบาะแส พบบุคคลตามภาพ ที่เคลื่อนไหวโดยใช้ไม้เท้าพยุงตัว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงได้ทันที