วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.เร่งคืนพื้นที่'คลองโอ่งอ่าง'

กทม.เร่งคืนพื้นที่ "คลองโอ่งอ่าง" ปรับโฉมแหล่งพักผ่อน-ท่องเที่ยว เตือนผู้บุกรุกย้ายใน 15 วัน

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน โดยมีนายจุมพล สำเภาพล พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. นายพีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกทม. คณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการเขต หัวหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม

นายชุมพล ชาวเกาะ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ รายงานว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการรุกล้ำที่สาธารณะบริเวณคลองโอ่งอ่าง ย่านสะพานเหล็ก โดยใช้อำนาจตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 พ.ศ.2502 โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ปิดประกาศกทม. แจ้งให้เจ้าของอาคารและแผงค้าที่ก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และแผงค้ารุกล้ำพื้นที่สาธารณะบริเวณริมคลองโอ่งอ่างรับทราบและรื้อย้ายอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และแผงค้าของตนออกภายใน 15 วัน คือ ภายในวันที่ 13 ต.ค.2558 เมื่อครบกำหนดแล้วผู้ค้ายังไม่รื้อย้ายอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และแผงค้าของตน กทม.จะดำเนินการตามขั้นตอนซึ่งมีระยะเวลาเตรียมการ 7 วัน จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้า รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.เป็นต้นไป แต่ปัจจุบันมีบางส่วนรื้อย้ายออกไปบ้างแล้ว ซึ่งกทม.ได้จัดหาสถานที่รองรับผู้ค้าที่รื้อย้าย อาทิ ตลาดหลังพาต้าปิ่นเกล้า ตลาดนัดสายใต้เก่า ตลาดคึกคักท่าดินแดง คลองถม คอร์เนอร์ 2 และตลาดขนส่งสายใต้ใหม่รองรับ ซึ่งหลังจากดำเนินการรื้อย้ายแผงค้าและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำคลองโอ่งอ่างเรียบร้อยแล้ว กทม.จะปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และเป็นแหล่งน่าท่องเที่ยวให้ประชาชน

นายชุมพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คลองโอ่งอ่างเป็นคูเมืองเดิมในอดีต มีความกว้างประมาณ 20 เมตร ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากคลองบางลำพู บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศสิ้นสุดที่บริเวณเชิงสะพานพระปกเกล้า ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกรมศิลปากรขึ้นทะเบียน คลองโอ่งอ่างเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2519 ต่อมาวันที่ 21 พ.ค.2550 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกำหนดแนวคิดการอนุรักษ์และพัฒนาคลองโอ่งอ่างด้วยการจัดระเบียบบริเวณปากคลองโอ่งอ่าง ปรับปรุงสะพานหันที่มีรูปลักษณ์เป็นสะพานสมัยรัชกาลที่ 5 ส่งเสริมให้เป็นสถานที่พักผ่อนของชุมชน และวันที่ 28 ก.ค.2543 คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า มีมติให้กทม.รื้อถอนอาคาร และแผงค้าที่รุกล้ำบริเวณคลองโอ่งอ่าง ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ค้าที่รุกล้ำพื้นที่คลองโอ่งอ่างมีประมาณ 500 ราย อยู่ในพื้นที่เขตพระนคร 375 แผง และเขตสัมพันธวงศ์ 125 แผง ทำให้เกิดความสกปรก กีดขวางการสัญจรทางน้ำ และเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ อีกทั้งมีการก่อสร้างอาคารทับหลังเขื่อนคอนกรีตเสริมในเหล็ก ทำให้แนวเขื่อนได้รับความเสียหาย

“มีผู้ค้าจำนวนมากในพื้นที่จำกัดเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย กีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรณีเกิดอัคคีภัยหรือภัยพิบัติอื่นๆ นอกจากนี้มีกลุ่มอิทธิพล มาเฟีย หรือผู้มีผลประโยชน์หนุนหลังผู้ค้า มีการจ้างงานชาวต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งมีผลด้านความมั่นคงของชาติ จึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดเรียบพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว” นายชุมพล กล่าว 

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนถือเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะบริเวณทางเท้า หรือริมคลอง เป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน และเป็นการคืนความสุขให้ประชาชนด้วย ซึ่งเมื่อดำเนินการในส่วนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ควบคุม ดูแลพื้นที่สาธารณะต่างๆ ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างยั่งยืน ไม่ให้มีผู้ค้ากลับมาใหม่ ถึงแม้จะเพียงแค่ 1 รายหรือ 2 รายก็ตาม