วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตำรวจเร่งติดตาม'อ๊อด' ไขคดีบึ้มราชประสงค์

ตำรวจเร่งติดตาม"อ๊อด พยุงวงศ์" ไขคดีระเบิดราชประสงค์

หลังเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ตำรวจได้ขยายผลจากการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของบุคคลผู้ต้องสงสัยกระทั่งพบความเคลื่อนไหวของนายอาเดม คาราดัก หรือบิลลา เติร์ก ที่พูลอนันต์อพาร์ทเม้นต์ ย่านหนองจอก หน่วยงานความมั่นคงจึงเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวก่อนจะขยายผลพบว่า นายอาเดม มีการติดต่อไปมาหาสู่กับกลุ่มชาวต่างชาติและคนไทยกลุ่มหนึ่งที่พักอยู่ที่ไมมูน่า การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี ตำรวจและทหารได้เข้าตรวจค้นห้องพักแห่งนี้พบวัตถุที่ใช้เป็นส่วนประกอบของระเบิดได้จึงเชื่อว่าที่พักทั้งสองแห่งมีความเชื่อมโยงกัน

การเข้าตรวจยึดวัตถุระเบิดได้จากห้องพักย่านมีนบุรีแห่งนี้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดไปบ์บอม เมื่อปี 2557 ซึ่งจุดเกิดเหตุคือริมถนนซอยราษฎร์อุทิศ 25 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ตำรวจจึงตรวจสอบพบว่าในคดีระเบิดเมื่อปี 2557 มีผู้ที่เกี่ยวข้องคือ น.ส.นวลอนงค์ อาณารัตน์ น.ส.ธัญธิตา จิรอติชัย นายกษิ ดิฐธนรัชต์ น.ส.อัมพร ใจก้อน นายสุชาติ ปากะวงศ์ ณอยุธยา และนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว รวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะนายอ๊อด ถูกออกหมายจับในคดีครอบครองระเบิด หลังตำรวจตรวจสอบบ้านเช่าในละแวกที่เกิดเหตุแล้วพบว่ามีระเบิดซุกซ่อนไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งการสอบสวนพบว่านายอ๊อด เป็น 1 ใน 5 คน ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น

ตำรวจได้นำภาพถ่ายไปให้พยานในละแวกห้องพักย่านมีนบุรีดูซึ่งมีการยืนยันจากพยาน 2-3 ปากว่า พบเห็นนายอ๊อด พูดคุยอยู่กับ น.ส.วรรณา สวนสัน และ นายไมไรลี่ ยูซูฟู ผู้ต้องหาในคดีระเบิดแยกราชประสงค์บ่อยครั้งที่หอพักไมมูน่า การ์เด้นโฮม ซึ่งคำให้การของพยานนี้สอดคล้องกับภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในย่านนั้น เจ้าหน้าที่ความมั่นคงจึงเชื่อว่านายอ๊อด น่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น

การขยายผลมีข้อมูลว่า นายอ๊อด เคยมีประวัติเข้าชุมนุมทางการเมือง เช่นเดียวกับ น.ส.อัมพร ใจก้อน ที่ประกาศตัวว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มการเมืองสีหนึ่ง และยังมีประวัติถูกควบคุมตัวในข้อหาฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน เมื่อปี 2553 หลังจากอ้างตัวว่าเป็นการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเข้าไปในพื้นที่ควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี แต่ให้รอลงอาญาไว้ นอกจากนี้ยังถูกจับกุมในคดีอื่น ๆรวม 9 คดี คดีแรกถูกตำรวจ สน.ดินแดงจับกุมเมื่อ 23 พ.ย. 2539 ข้อหาสูดดมสารระเหย คดีที่สอง 21 มกราคม 2540 ถูกจับข้อหาสูดดมสารระเหย ที่ สน.ดินแดง คดีที่ 3 ถูกจับเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2542 ข้อหาครอบครองยาบ้า คดีที่ 4 วันที่ 3 เมษายน 2543 ถูก สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี จับกุมในข้อหาเสพยาบ้า คดีที่ 5 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2544 ถูก สน.พญาไท จับกุมในข้อหาครอบครองยาบ้า คดีที่ 6 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ถูก สน.พญาไท จับกุมในข้อหาฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน คดีที่ 7 ถูก สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ จับกุมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 ข้อหาเสพยาบ้า คดีที่ 8 สน.ตลาดพลู จับกุมเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2555 ในข้อหาเล่นพนันจับยี่กี และ คดีที่ 9 สน.ตลาดพลู จับเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2555 ในข้อหาการพนันทายผลฟุตบอล โดยการถูกจับกุมครั้งแรกใช้ชื่อว่านายยงยุทธ พบแก้ว ส่วนคดี 2-9 ใช้ชื่อว่านายอ๊อด พยุงวงศ์ และการตรวจสอบประวัติพบว่านายอ๊อด มีบิดาและมารดา อยู่ที่ จ.อุบลราชธานี นอกจากนี้มีภรรยา 1 คน บุตร 2 คน ผู้หญิง 1 คน ชาย 1 คน

จากคำให้การของพยานและภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ที่พบนายอ๊อด เข้าไปพูดคุยกับ น.ส.วรรณา ซึ่งหลังเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์พบว่ามีการติดต่อกับกลุ่มชาวต่างชาติที่พัวพันกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ มีการติดต่อกับอดีตผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นชายรายหนึ่งใน จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ควบคุมตัวชายชาวนราธิวาสรายนี้มาสอบสวนขยายผลจนพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่คาดว่าเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ก่อเหตุหลบหนี

ขณะที่สามีของ น.ส.วรรณา เชื่อมโยงกับนายอิซาน ซึ่งมีข้อมูลว่าเปิดบริษัทรับทำวีซ่า อำนวยความสะดวกชาวต่างชาติที่ต้องการไปยังประเทศที่สามโดยใช้ไทยเป็นทางผ่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายการปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย จึงกลายเป็นที่มาของข้อสงสัยว่าทั้งสองกลุ่มมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจ ได้เดินทางไปที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก หลังจากมีข้อมูลล่าสุดว่ามารดาของนายอ๊อด พักอาศัยอยู่ โดยตำรวจต้องการสอบถามมารดาถึงสาเหตุที่นายอ๊อด ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างการติดต่อขอสอบปากคำภรรยาและบุตรของนายอ๊อด ถึงรายละเอียดส่วนตัวของนายอ๊อด ทั้งหมด