เลขาป.ป.ท.ประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ สั่งทุกเขตพื้นที่เร่งตรวจสอบสนามกีฬาตำบล-อำเภอ 161 แห่งระหว่างปี55-57 เน้นยับยั้งความเสียหายไม่ให้ลุกลาม
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการป.ป.ท. เปิดเผยภายหลังประชุมผู้อำนวยการป.ป.ท.เขตพื้นที่ทั้ง 9 เขต ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ เพื่อวางแนวทางการตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามกีฬาระดับอำเภอและระดับตำบล งบประมาณกว่า 29,000 ล้านบาท ของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ตนได้สั่งการไปยังทุกเขตพื้นที่ให้กระจายกำลังร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามกีฬาระดับอำเภอและระดับตำบลที่ได้รับงบก่อสร้างตั้งแต่ 2555-2557 รวม 161 แห่ง โดยแบ่งเป็นปี 2555 จำนวน 21 แห่ง ปี 2556 จำนวน 60 แห่ง และปี 2557 จำนวน 80 แห่ง เป้าหมายหลักเพื่อยับยั้งไม่ให้ความเสียหายลุกลามบานปลาย
โดยให้ตรวจสอบว่างานก่อสร้างแล้วเสร็จหรือไม่ หากยังอยู่ระหว่างก่อสร้างให้เข้าไปเร่งรัดให้เป็นไปตามสัญญา กรณีที่การก่อสร้างเสร็จแล้วให้เข้าไปตรวจสอบว่ามีการชำรุดเสียหายหรือไม่ หากอยู่ในประกัน 2 ปี ต้องแจ้งให้ผู้รับเหมามาปรับปรุงแก้ไข ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน กรณีที่การก่อสร้างไม่คืบหน้าต้องเข้าไปกระตุ้นให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จและพิจารณาค่าปรับให้เป็นไปตามสัญญา
เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าการทำสัญญาโครงการดังกล่าว เป็นการทำสัญญาจากส่วนกลาง มีการว่าจ้างผู้รับเหมารายเดียวแต่กระจายการก่อสร้างสนามกีฬาในหลายจังหวัดต่าง ๆ จึงต้องตรวจสอบราคาวัสดุที่กำหนดในทีโออาร์แพงเกินจริงหรือไม่ ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุหรือมีวิศวกรเข้าไปดูแลงานก่อสร้างและบริหารสัญญาหรือไม่ หลังสร้างเสร็จสนามกีฬาสามารถใช้งานได้จริงตามสัญญาหรือไม่ ทั้งนี้ทุกเขตพื้นที่ต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จทั้ง 161 แห่ง ภายใน 3 เดือน เพื่อส่งป.ป.ท. ไต่สวนความผิดคดีอาญาต่อไป เบื้องต้นให้แต่ละเขตพื้นที่ไปตรวจสอบว่าสนามกีฬาสร้างเสร็จแล้วกี่แห่ง และชำรุดเสียหายกี่แห่ง ใช้งานได้กี่แห่ง ตลอดจนให้ตรวจสอบจำนวนสนามกีฬาที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จด้วย
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องมีการเข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงบที่ได้จากการแปรญัตติ ซึ่งที่ผ่านมางบประมาณหลายโครงการนำไปใช้ไม่คุ้มค่า มีการทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดราคา เช่น โครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน โครงการจัดซื้อเครื่องครุภัณฑ์ออกกำลังกายและเครื่องนันทนาการ ทั้งนี้การลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบการทุจริตขณะนี้มีการเชื่อมโยงความร่วมมือทั้งสตง. ป.ป.ช. ป.ป.ท. ดีเอสไอ ในนามของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)
รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้รับเหมาที่ได้รับสัญญาการก่อสร้างด้วยวิธีพิเศษ บางพื้นที่ได้รับงานก่อสร้างสนามกีฬาอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจึงได้ไปจ้างช่วงให้ผู้รับเหมาในพื้นที่ โดยบางแห่งมีสัญญาจัดจ้างในราคากว่า 20 ล้านบาท แต่จ้างช่วงต่อในราคาเพียง 10 ล้านบาท ทำให้งานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ชำรุดเสียหายหรือถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน เนื่องจากไม่คุ้มทุน





