วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้เหตุระเบิดแยกราชประสงค์-ท่าน้ำสาทร โยงขบวนค้ามนุษย์

"โฆษก คสช." ชี้เหตุระเบิดแยกราชประสงค์-ท่าน้ำสาทร โยงขบวนค้ามนุษย์ ระบุ “อาเด็ม-ยูซุฟู” รับสารภาพ เพราะจำนนด้วยหลักฐาน

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการติดตามเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมานั้น เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกและเป็นการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ สร้างความสูญเสียอันใหญ่หลวงให้กับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะในด้านการสืบสวนสอบสวนคดีจนถึงปัจจุบัน มีข้อสรุปที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและระบุตัวผู้ต้องหาที่เป็นผู้ลงมือปฏิบัติการวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรทั้ง 2 พื้นที่ได้แล้ว คือ 1.นายอาเด็ม คาราดัก 2.นายไมไรลี ยูซุฟู ส่วนผู้ต้องหาที่ศาลได้ออกหมายจับและบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้ร่วมและผู้ให้การสนับสนุนนั้น เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการติดตามและจับกุม โดยจะเร่งรัดดำเนินการในทุกวิถีทาง ที่จะนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการให้ได้ต่อไป

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าการที่เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ลงมือปฏิบัติการดังกล่าวได้ เป็นเพราะผู้ต้องหาเหล่านี้ จำนนด้วยข้อผูกมัดจากพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ ทั้งจากที่เกิดเหตุและจากการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมในภายหลัง ประกอบกับผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เจ้าหน้าที่มิได้ให้น้ำหนักเฉพาะคำให้การของผู้ต้องหาเท่านั้น สำหรับสาเหตุและแรงจูงใจของการก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประเมินไว้ล่าสุดนั้น เกิดจากความไม่พอใจและเสียประโยชน์ของกระบวนการค้ามนุษย์ที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มข้นตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนแรงจูงใจจากเรื่องอื่นๆ ถึงจะมีน้ำหนักไม่มากในขณะนี้ แต่ก็ยังคงอยู่ในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ สำหรับรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องในทางคดี รวมถึงขั้นตอนในกระบวนการฟ้องร้องผู้ต้องหา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้นำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป  

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ศูนย์ติดตามสถานการณ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่เฝ้าติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดี รวมทั้งมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส และให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด หลังจากนี้จะเป็นการดำเนินการของพนักงานสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีได้จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะยังคงดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข และสังคมไทยของเรามีความปลอดภัยในทุกๆ ด้าน

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวสรุปการสอบสวนคดีมีข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้ สตช.ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลทหาร โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด 17 คน จับกุมได้แล้ว 2 คน อยู่ในระหว่างหลบหนี 15 คน ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ ได้รับสารภาพ โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย.58 เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปทำแผนและชี้ที่เกิดเหตุ ซึ่งสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่มีอยู่ และได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2.ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 3.ร่วมกระทำให้เกิดระเบิด จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย 4.ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ 5.ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตไม่ได้ ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต 6.ร่วมกันพาอาวุธ(วัตถุระเบิด)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 7.ร่วมกันมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต