"จาตุรนต์" ขอบคุณ "ศาลทหาร" ให้ความเป็นธรรม ส่งเรื่อง คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาคดี
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อม ทีมทนายเดินทางมายังศาลทหารกรุงเทพ เพื่อรับคำฟังการพิจารณาของศาลทหาร หลังจากได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลทหารส่งสำนวนให้ศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อพิจาณาทำความเห็นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพุทธศักราช 2542 มาตรา10 ในคดีความผิดตามคำฟ้องของอัยการศาลทหารกรุงเทพ 3กรณี เกี่ยวกับการฝ่าฝืนคำสั่งไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งคสช.ที่1/2557และ2/2557 ความผิดเกี่ยวกับการไม่มารายงานตัวและแจ้งเหตุขัดข้องตามประกาศคสช.(เฉพาะ)ที่25/2557 ของนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม และความคิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา116(2) (3) ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พุทธศักราช2551 กรณีนายจาตุรนต์แถลงข่าวที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร และศาลทหารได้ทำความเห็นส่งไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้
ทั้งนี้ ศาลยุติธรรม เห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม เพราะ บรรดาคำสั่งใดๆที่คสช.ออกคำสั่งมาเป็นโทษต่อจำเลย โดยหลักของกฎหมายอาญาว่ากฎหมายจะออกมาให้มีผลบังคับย้อนหลังต่อกระบวนพิจารณาให้เป็นโทษต่อจำเลยทางอาญาไม่ได้ ดังนั้น ศาลทหารกรุงเทพ พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรส่งเรื่องทั้งหมดตามคำร้องของนายจาตุรนต์ไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลทำการพิจารณาและมีคำวินิจชี้ขาดต่อไปว่าจะอยู่ในขอบเขตอำนาจศาลใด
ขณะที่ นายจาตุรนต์ เปิดเผยหลังรับฟังการพิจารณาคำร้อง ว่า ขอขอบคุณศาลทหารที่ให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาส่งเรื่องตามคำร้องเข้าสู่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ซึ่งระหว่างนี้คดีต่างๆก็ต้องพักเอาไว้ก่อน เพราะต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจศาลถึงที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งถึงจะทราบว่า ตนจะต้องขึ้นศาลทหารหรือศาลพลเรือน
พร้อมยืนยันว่าต่อจากนี้ไปตนจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ในฐานะที่เป็นประชาชนและเป็นนักการเมืองคนหนึ่ง และตนก็ทำเช่นนี้มาตลอดชีวิตการเมือง และมีความตั้งใจที่จะดำเนินการต่อเนื่อง ในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ เพราะเป็นตามสิทธิที่สามารถจะแสดงความเห็นได้ โดยไม่ฝ่าฝืนกฎหมายที่มีความผิดต่อความมั่นคงยึดหลักนิติธรรมและกติการะหว่างประเทศ ทั้งนี้จะคำนึงถึงเงื่อนไขของศาลทหารในการประกันตัวอย่างเคร่งครัด คือ ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การยุยง ปลุกปั่น ทำให้คนกระทำผิดกฎหมาย หรือดำเนินการต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อกฎหมายความมั่นคง





