วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทหาร-ตร.คุมเข้มทำแผนฯ 'ยูซูฟู'ชี้จุดโยนมือถือทิ้งคลองแสนแสบ

คืบหน้า!ทหาร-ตร.นำผู้ต้องหาบึ้มราชประสงค์ทำแผนฯ "ยูซูฟู" ชี้จุดโยนมือถือทิ้งคลองแสนแสบ ส่วน "อาเดม" แยกราชประสงค์

เมื่อเวลา 14.50 วันที่ 26 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.อก.ภ.3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหามาตั้งขบวนรถกว่า 10 คัน รอรักษาความปลอดภัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนายอาเดม คาราดัก หรือบิลลาร์ เติร์ก มูฮำหมัด และนายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ นั่งอยู่ในรถตู้สีบรอนซ์เงินคนละคันกัน ซึ่งนั่งอยู่บนเบาะหลังสุดมีเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวอยู่

ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายอาเดม ออกเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณแยกราชประสงค์ ส่วนนายยูซุฟู เริ่มทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณหน้าวัดประทุม ทั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือชุดที่ 1 นายอาเดม และชุดที่ 2 คือ นายเมียไรลี โดยจะไล่ทำแผนไปแต่ละจุด จนกระทั่งจุดสุดท้ายคือ พูลอนันต์ อพาร์ทเม้นท์ โดยในวันนี้นายอาเดม สวมเสื้อสีเหลือง นายยูซุฟูสวมเสื้อสีม่วง ทั้งสองใส่เสื้อกันกระสุนทับไว้และสวมกุญแจมือ

จากนั้นเวลา 15.20 น. รถตู้ที่นายยูซุฟู นั่งมาได้มาจอดบริเวณหน้าวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มตั้งขบวนรักษาความปลอดภัยพร้อมกันสื่อมวลชนไม่ให้เข้าไปในพื้นที่อย่างเข้มงวดก่อนที่นายยูซุฟู จะเดินลงมาจากรถพร้อมด้วย พ.ต.ท.ทวยเทพ เดวิด วิบุลศิลป์ สว.กิจการต่างประเทศ มาทำหน้าที่เป็นล่าม ซึ่งบริเวณหน้าวัดปทุมฯ คือ จุดที่นายยูซุฟู นั่งรถสามล้อจากหัวลำโพงมาลง

จุดที่ 2 คือเดินเท้าจากหน้าวัดปทุมฯไปลานน้ำพุ บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เยื้องกับศาลพระพรหมเพื่อรอถ่ายรูปเหตุระเบิด จากนั้นจุดที่ 3 นายยูซุฟู เดินไปยังท่าเรือคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นบริเวณที่ทิ้งโทรศัพท์มือถือที่ใช้คิดต่อกับขบวนการลงไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนำตัวนายยูซุฟู ขึ้นรถตู้ออกเดินทางไปยังสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเป็นจุดที่พบกับชายเสื้อเหลือง และจุดขึ้นรถสามล้อ รวมทั้งสิ้น 4 จุด

ก่อนนำตัวกลับไปควบคุมตัวที่ มทบ.11 อีกครั้ง ทั้งนี้ นายยูซุฟู ยังมีความสับสนในการชี้จุดทิ้งโทรศัพท์มือถือลงคลองแสนแสบ เพราะชี้ไปทั้งสองฝั่งของคลอง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 12.00-14.00 น.เจ้าหน้าที่ได้ลงงมหาโทรศัพท์มือถือในคลองแสนแสบแล้วแต่ไม่พบ

ทำแผน"อาเดม"แยกราชประสงค์

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บช.น. ตำรวจดองปราบ ตำรวจ สน.ลุมพินี ตำรวจอีโอดี ตำรวจหน่วยอรินทราช 26 พร้อมอาวุธครบมือ และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกันควบคุมตัวนายอาเดม คาราดัก มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มจากจุดแรกที่บริเวณท้าวมหาพรหม ทางตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาโดยสารรถตู้ สีบรอนซ์ติดฟิล์มมืดทึบ ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่อรินทราช 26 และเจ้าหน้าที่ทหารคุมกันอย่างหนาแน่น พร้อมทั้งนำเชือกโปลิศไลน์มากั้นไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ได้ ระหว่างเจ้าหน้าที่คุมตัวนายอาเดม ลงจากรถสวมเสื้อยืดคอกลมสีเหลือง พร้อมสวมชุดเกราะกันกระสุนทับอีกชั้น นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาล โดยมีสีหน้าเรียบเฉย มือถือถุงพลาสติกขนาดใหญ่ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่นำตัวเข้าไปจำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุภายในสถานที่แห่งนี้ โดยเจ้าตัวได้ได้ทำทีนั่งที่ม้านั่งริมรั้วของศาลแห่งนีัฝั่งถนนพระราม 1 แล้วนำถุงวางไว้ใต้ม้านั่งดังกล่าวก่อนพากันลุกออกมาด้านนอก

จุดที่สอง ตำรวจได้คุมตัวนายอาเดม เดินเท้ามายังปากซอยมหาดเล็กหลวง ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายเรียกวินรถจักรยานยนต์ให้ไปส่งที่ป้ายรถเมล์สวนลุมพินี ฝั่งตรงข้าม รพ.จุฬาฯ โดยมีบรรดาสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศต่างกรูกันเข้าไปถ่ายภาพ ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารต้องกันออก ก่อนนำตัวขึ้นรถตู้โดยสารที่นำมาจอดรอที่บริเวณดังกล่าว จากนั้นจุดที่สาม ที่บริเวณประตู 5 ของสวนสาธารณลุมพินี ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลงรถจักรยานยนต์จากนั้นเดินเข้าไปยังห้องน้ำหมายเลข 6 เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดวิกและแวืนตาที่สวมออก ก่อนทางตำรวจคุมตัวขึ้นรถตู้ไปยังจุดต่อไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 1 กองร้อย ได้คุ้มกันนายไมไลลี่ ยูซูฟู อายุ 26 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยได้ลงรถตุ๊กตุ๊กหน้าวัดปทุมวนาราม ก่อนจะเดินเท้ามาตามถนนพระราม 1 เพื่อมายังลานน้ำพุที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิร์ล ก่อนจะถ่ายรูปเหตุการณ์ตอนระเบิด และมุ่งหน้าไปยังท่าน้ำเฉลิมโลกเพื่อทิ้งโทรศัพท์มือถือแล้วเดินทางกลับที่พักย่านมีนบุรี โดยนายยูซูฟู สวมเสื้อยืดสีม่วง กางเกงขาสั้นห้าส่วน และมีสีหน้าเรียบเฉยตลอดเวลาที่ทำแผนในครั้งนี้

พา 2 มือบึ้มทำแผนจุดสุดท้าย

ต่อมาเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายยูซุฟู เดินทางมาที่ย่านตลาดมีนบุรี ซึ่งเป็นจุดที่นายยูซุฟู ลงจากรถหลังจากที่เดินทางกลับมาจากราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงาว่า บรรยกาศเป็นไปด้วยความวุ่นวาย โดยมีประชาชนมามุงดูเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการทำแผน ก่อนเจ้าหน้าที่จะรีบนำตัวนายยูซุฟู ไปชี้จุดบริเวณห้องพักภายในอาคารไมโมนา การ์เด้นโฮม ซอยราชอุทิศ 25/8 โดยเป็นจุดที่นางวรรณา สวนสัน เป็นผู้เช่าห้องพักให้ โดยใช้เวลาทำแผนเพียง 5 นาที ก่อนจะนำตัวนายเอเดม และนายยูซุฟู เดินทางมาที่อพาร์ตเม้นต์ ย่านหนองจอก

ต่อมาเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอาเดม มายังตลาดมีนบุรี ซึ่งเป็นจุดที่นายอาเดม ลงแท็กซี่มาซื้ออาหารภายในร้านสะดวกซื้อ โดยมีบรรดาไทยมุงจำนวนมากมารอดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ โดยใช้เวลากว่า 15 นาที หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวมาที่อาคารพูลอนัน อพาร์ตเม้น ถนนเชื่อมสัมพันธ์ 11 ซึ่งเป็นสถานที่พักอาศัยของเจ้าตัว

กระทั่งเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายยูซุฟู และนายอาเดม มายังพูลอนันต์ อพาร์ตเม้นต์ โดยเมื่อขบวนของเจ้าหน้าที่มาถึงได้มีการอารักขาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.3 ตั้งแนวกั้นไว้ รวมทั้งมีการนำสายโปลิศไลน์มากัันไว้ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในพื้นที่ รวมทั้งได้ทำการปิดการจราจรถนนเชื่อมสัมพันธ์ฝั่งขาเข้า ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเบี่ยงเส้นทางมาใช้ขาออกแทน ส่งผลทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายยูซุฟู และนายอาเดม ขึ้นไปบนชั้น 4 ของตัวอาคาร ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ประกอบระเบิดของนายยูซุฟู และเป็นพักอาศัยเพื่อกบดานของนายอาเดม กระทั่งถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว 

หลังจากนั้นได้นำต้วนายอาเดม มาไว้ที่รถตู้ที่มาจอดอยู่ด้านล่างอาคาร ส่วนนายยูซุฟู ได้นำมาชี้จุดบริเวณปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 13 ซึ่งเป็นสถานที่นายยูซุฟู ใช้บริการรถสองแถวเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งสองไปควบคุมตัวที่ มทบ.11 เพื่อฝากขังไว้ต่อไป