"บรรยิน"โผล่กองปราบฯ แจ้งความเอาผิดพี่สาว"ชูวงษ์"หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เจ้าตัวแจงถูกโพสต์กล่าวหาทางไลน์ว่าไปแจ้งสรรพากรตรวจสอบบริษัทพี่สาว
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) - พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรมว.พาณิชย์ ผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุโดยมี พ.ต.ท.บรรยินเป็นคนขับรถ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วรพงษ์ ภคเวส พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ อายุ 54 ปี พี่สาวของนายชูวงษ์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนำเอกสารข้อความที่มีการโพสผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า วันนี้(25 ก.ย.)เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.วันเพ็ญ เนื่องจากพบการกล่าวหาผ่านทางโซเชียลมีเดีย คือระบบแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีข้อความที่เข้าขายหมิ่นประมาท เพราะมีการกล่าวหาว่าตนไปร้องเรียน น.ส.วันเพ็ญ ว่าได้ไปแจ้งกรมสรรพากร ให้ไปตรวจสอบบริษัทของเขา ซึ่งทางผู้สื่อข่าวก็คงเห็นแล้วว่าตนไม่เคยไปเลย เป็นการใส่ร้าย ซึ่งเรื่องของกรมสรรพากรนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของหน่วยงานรัฐที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับที่ตนจะไปแจ้งเลย
ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาข้อความที่มีการโพสต์ผ่านทางไลน์นั้น มีข้อความว่า “เมื่อวานนี้ บรรยิน ไปแจ้งกรมสรรพากร ให้มาตรวจสอบบริษัทเรา โดยอ้างว่า ชูวงษ์ เคยบอกว่าบริษัทเราหนีภาษี” (บริษัท สแตนดาร์ด เพอร์ฟอร์แม้นซ์ จำกัด และ บริษัท เวลธ์ ดีเวลลอปเปอร์ จำกัด )
พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า อีกเรื่องที่ตนมาในครั้งนี้ คือกรณีที่ตนได้ทำหนังสือสอบถามแจ้งต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับการที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับตนในเรื่องการโอนหุ้น เนื่องจากตนได้ทำหนังสือสอบถามไปนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับมาเลย คราวนี้ตนจึงทำหนังสือทวงถามมาเป็นครั้งที่ 2 เพราะว่าตนยังไม่ได้แก้ข้อกล่าวหาในรายละเอียด
“ผมมาติดตามพร้อมทั้งทำหนังสือทวงถามเป็นครั้งที่ 2 กับทาง พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.1 บก.ป.ผู้รับผิดชอบคดีการโอนหุ้นข้อนายชูวงษ์ ว่า แจ้งความผมในข้อหาปลอมแปลงหุ้นนั้น ปลอมแปลงอย่างไร โกงหุ้นอย่างไร ใครเป็นคนโกง ซึ่งผมเคยทำหนังสือไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่เคยได้รับการตอบกลับจากทางพนักงานสอบสวนเลย” พ.ต.ท.บรรยิน กล่าว
พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ก็มีกรณีในขณะที่ตนเดินทางมามอบตัวสู้คดีแล้ว เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ทาง พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักของบุตรสาวตนที่ย่านรามอินทรา เกี่ยวกับเรื่องการตั้งพรรคการเมืองโดยไม่มีหมายค้น ขณะนี้ตนได้ตรวจสอบคำสั่งของทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งทาง คสช. มีการแถลงแล้วว่าได้ใช้มาตรา 44 รวม 27 ครั้ง ตนตรวจสอบแล้วไม่มีเรื่องที่สั่งให้ไปค้นที่บ้านบุตรสาวตน ก็คงเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาดำเนินคดีฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนจะต้องแจ้งความร้องทุกข์หรือไม่นั้น ภายในสัปดาห์หน้าคงจะมีความชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องขออายัดรถยนต์คันเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง โดย พ.ต.ท.บรรยิน ตอบว่า ยังไม่ได้รับการประสานมาแต่อย่างใด และหากมีการออกหมายเรียกและขออายัดรถยนต์คันดังกล่าว คงต้องทำหนังสือไปยังบริษัทเจ้าของรถยนต์ เพราะรถคันนี้ไม่ใช่ของตน และขณะนี้ก็เข้าศูนย์ซ่อมรถไปแล้ว มีการถอดอะไหล่ชิ้นส่วนออกมาเกือบทั้งหมด
พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนกับเพื่อนได้จัดตั้งมูลนิธิการกุศลที่ชื่อว่า “มูลนิธิการดำเนินคดีสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม” เพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้ามาร้องเรียน โดยได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนที่เป็นตำรวจทั้งที่ยังรับราชการ และออกจากราชการแล้ว พร้อมกันนั้นได้เชิญชวน นายประพันธ์ คูณมี , นายพิชิต ชื่นบาน อดีตทนายความพรรคเพื่อไทย และเพื่อนทนายความอีกหลายคนให้มาร่วมด้วย โดยอยู่ในขั้นตอนการไปขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิดังกล่าว
ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ระหว่างที่ พ.ต.ท.บรรยิน กำลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอยู่นั้น ทาง พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ผู้รับผิดชอบคดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ได้เชิญตัว พ.ต.ท.บรรยิน เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีโอนหุ้นดังกล่าว แต่กลับถูกปฏิเสธ โดย พ.ต.ท.บรรยิน ระบุว่าได้ให้ปากคำไปหมดแล้วไม่มีอะไรจะพูดอีก





