วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดาว์พงษ์'สั่งทบทวน'โอดอส'รุ่นที่5

“ดาว์พงษ์”เผยผลวิจัยจุฬาฯ ชี้โครงการโอดอสมีประโยชน์ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แก่เด็กยากจน พร้อมตั้งคณะทำงานทบทวน ก่อนชงนายกฯพิจารณาทำต่อรุ่นที่5

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน หรือ โอดอส ว่า คณะทำงานของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานผลการศึกษาวิจัยเพื่อติดตามประเมินผลโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน โดยได้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตั้งแต่รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 4 ภาพรวมเป็นโครงการที่มีประโยชน์ ลดความเหลื่อมล้ำให้กับเด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจนได้มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีและสูงขึ้น และผลที่ตามมาคือทำให้ได้คนที่มีคุณภาพกลับมาพัฒนาประเทศ แต่เนื่องจากกติกาเดิมค่อนข้างหลวม ทำให้ผลสัมฤทธิ์ที่ได้กลับมายังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจน

ทั้งนี้ โครงการโอดอสดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 ใช้งบประมาณ รวม 29,000 ล้านบาทซึ่งถือว่าค่อนข้างมาก มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 3,093 คน สำเร็จการศึกษาไปแล้วจำนวน 2 รุ่น แบ่งเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 921 คน รุ่นที่ 2 จำนวน 915 คน โดยผู้ที่จบการศึกษา กลับมาทำงาน ภาคเอกชน 73.7% รับราชการ 11.93% เรียนต่อ 10.73% ธุรกิจส่วนตัว 1.4% ทำงานรัฐวิสาหกิจ 1.2% ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ แบ่งเป็นรุ่น 3 จำนวน 689 คน รุ่น 4 จำนวน 568 คน รวม 1,257คน

“เห็นได้ว่าโครงการนี้มีประโยชน์แต่ก็เห็นช่องโหว่ในกติกาที่ใช้คัดเลือกเด็ก สิ่งหนึ่งที่ที่ประชุมพูดกันคือ เดิมโครงการนี้อยากให้โอกาสการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสในแต่ละอำเภอ แต่นโยบายของรัฐมนตรีที่ผ่านมาก็มาเปลี่ยนแนวคิด ให้โอกาสคนที่มีรายได้สูงเข้าร่วมโครงการได้ด้วยทำให้การดำเนินการเริ่มแกว่ง เพี้ยนไปจากที่คิดเป็นการสูญเสีย ตัดโอกาสเด็กท้องถิ่น เพราะเด็กจากส่วนกลางซึ่งมีโอกาสมากกว่าเข้าไปร่วมแข่งขัน ดังนั้นผมจึงให้ที่ประชุมไปตั้งคณะทำงานขึ้นมาทบทวนวัตถุประสงค์ให้ชัดว่าจะเน้นและให้น้ำหนักในเรื่องใด อาทิ ต้องการกระจายทุนให้เด็กด้วยโอกาสในทุกอำเภอ ครอบครัวยากจนรายได้ไม่เกิน 200,00จ บาทต่อปี หรือให้จบออกมาแล้ว มาช่วยพัฒนาประเทศ เป็นต้น และเมื่อได้ความชัดเจนก็จะสามารถตอบได้ว่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่ในรุ่นที่ 5 และเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ส่วน โครงการทุนช่างเทคนิคและบัณฑิตนักปฏิบัติ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นั้น ตนก็จะผลักดันต่อไป แต่ขอให้พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ.ซึ่งกำกับดูแลสอศ. กลับไปดูภาพรวมการดำเนินการอาชีวะทั้งระบบ รวมถึงรายละเอียดโครงการทุนช่างเทคนิคฯ ด้วย จึงจะสามารถบอกได้ว่าเดินหน้าต่อหรือไม่

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับอาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน กล่าวว่า โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำ แต่ต้องปรับวัตถุประสงค์ให้มีความชัดเจน โดยคณะวิจัยได้เสนอให้แบ่งทุน เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มทุนที่ศึกษาต่อในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ กลุ่มทุนที่ศึกษาต่อในประเทศอาเซียน และกลุ่มทุนสำหรับนักศึกษาอาชีวศึกษา และให้ยกเลิกทุนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะซ้ำซ้อน กับทุนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว