วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกาะติดคดีฟอกเงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย

เกาะติดคดีฟอกเงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ดีเอสไอแกะรอยแคชเชียร์เช็คพิสูจน์เจตนา

ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกกราวรูด ในคดีผู้บริหารธนาคารกรุงไทยจำกัด(มหาชน)ทุจริตอนุมัติวงเงินกู้ให้กับกลุ่มบริษัทในเครือกฤษดามหานครพร้อมสั่งให้ร่วมกันคืนเงินให้กับธนาคารผู้เสียหายด้วย 

จึงถือได้ว่าคดีอันเป็นความผิดหลัก ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดจริง แม้ว่าจำเลยจะเข้าไปรับโทษระยะยาวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครกับเรือนจำกลางคลองเปรมแล้ว และจำเลย 1 ราย คือนายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลังถูกส่งตัวเข้าเรือนจำไม่นาน 

แต่สังคมยังคงติดตามทวงถามความคืบหน้าในส่วนของคดีฟอกเงินและรับของโจรที่เป็นคดีอาญาเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการทุจริต (คดีมูลฐานหลัก) ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.).ไม่มีอำนาจสอบสวน เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องตามรายชื่อที่ปรากฏในธุรกรรมการเงินไม่ได้เป็นข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 

โดยคดีรับของโจรอายุความ.10ปีคาดกันว่าสำนวนคดีตกหล่นอยู่ในสำนักงาน ป.ป.ช.หากนับอายุความที่เหตุเกิดตั้งแต่ปี46-47ปีปัจจุบันคดีน่าจะขาดอายุความไปเรียบร้อยแล้วและคงไม่สามารถเอาผิดคาดโทษกับใครได้ เนื่องจาก ป.ป.ช.ไม่ต้องรับผิดในกรณีคดีขาดอายุความ แต่การขาดอายุความในคดีรับของโจรก็ไม่ถึงกับทำให้เสียหายมากนัก เพราะยังเหลือคดีฟอกเงินจากการทุจริต ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาเป็นกลุ่มเดียวกับคดีรับของโจร ซึ่งคดีนี้ป.ป.ช. ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอรับไว้สอบสวน โดยคดีนี้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีมติให้รับโอนสำนวนมาสอบสวนตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีอายุความ15 ปี เท่ากับยังเหลือเวลาในการสอบสวนจนถึงปี 2561 ซึ่งดีเอสไอมั่นใจว่าสามารถสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้ภายในอายุความ … แน่นอน.

ย้อนรอยคดีฟอกเงินที่อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอซึ่งก่อนหน้านี้มี พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน.มีการทำชาร์ตเส้นทางการเงิน แต่ธุรกรรมการเงินค่อนข้างอ่านแปลยาก และไม่ตอบโจทย์อะไรมากนัก ในส่วนของพยานบุคคลมีการสอบปากคำพยานไปแล้ว148ปาก .อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมที่จะเรียกผู้ต้องหา 4-6 รายซึ่งเป็นผู้ที่มีรายชื่อเป็นจำเลยในคดีทุจริตปล่อยกู้ฯ ตามที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินเพิ่มอีก1ข้อหา โดยสำนวนการสอบสวนชุดนี้ไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากผู้ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลเลย 

แต่เมื่อพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ครั้งดำรงตำแหน่ง อธิบดีเอสไอ เข้ามาปรับโครงสร้างภายในเพื่อยกเครื่องดีเอสไอให้พ้นจากสภาพของความสับสน อลหม่าน สำนวนคดีฟอกเงินจึงถูกจ่ายโอนไปให้สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 ซึ่งมีหน้างานรับผิดชอบคดีฟอกเงินโดยตรง พนักงานสอบสวนชุดใหม่ จึงมี พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เป็นหัวหน้าคณะ

ที่ผ่านมา มีการเรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อกำหนดแนวทางการสอบสวน โดยนำสำนวนคดีชุดเดิมมาสอบทานพร้อมเปรียบเทียบกับรายละเอียดในคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ความยาว 76 หน้ากระดาษ เนื่องจากศาลแยกวงเงินในการปล่อยกู้ชัดเจนเป็น 2 ก้อน คือ 500 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดิน และ 9,900 ล้านบาทสำหรับชำระหนี้ แต่บริษัทกฤษดานำเงินไปชำระหนี้ไม่ตรงตามวงเงินกู้ เพราะธนาคารกรุงเทพได้ตัดลดหนี้ให้แล้ว เหลือเพียง 4,500 ล้านบาท โดยสินเชื่อส่วนที่เหลืออีก 3,500 ล้านบาท ส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ในการยื่นกู้ คือนำไปซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ในเครือบริษัทกฤษดาฯ วงเงิน 1,900 ล้านบาท เพื่อให้ผู้บริหารชุดเดิมกลับมามีอำนาจบริหารกิจการอีกครั้ง และยังมียอดเงินที่ยังต้องติดตามอีก 1,600 ล้านบาท ว่าถูกจำหน่าย จ่ายโอนไปอย่างไร 

หัวใจสำคัญของการสอบสวน คือ พิสูจน์เจตนาในการกระทำความผิดในคดีฟอกเงิน โดยผู้ที่รับเงินทุกบาททุกสตางค์จากกฤษดามหานครที่ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้นั้น   กฤษดามหานครมีหนี้อะไรกับบุคคลนั้น อย่างเช่น กรณีธนาคารกรุงเทพ มีความชัดเจนว่า กฤษดามหานคร จ่ายเพื่อชำระหนี้

ระหว่างนี้การสอบสวนของดีเอสไอ ที่มีผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเป็นที่ปรึกษาคณะพนักงานสอบสวน จึงพุ่งเป้าไปที่ชาร์ตเส้นทางการเงินที่ปปง.วิเคราะห์แล้วส่งต่อให้ธปท. ซึ่งข้อมูลค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์ว่าเงินถูกส่งต่อไปให้ใคร และมีการออกตั๋วแลกเงิน-เช็ค กี่ฉบับ โดยพ.ต.ท.สมบูรณ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน จัดทีมสอบสวนในลักษณะเดียวกับที่เคยสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งคดีมีความครบถ้วนสมบูรณ์จากการไล่ตรวจสอบเช็คเป็นรายฉบับ ดังนั้นในคดีฟอกเงินจากการปล่อยกู้ของแบงค์กรุงไทย จึงต้องแยกตรวจสอบการออกตั๋วเงินและจ่ายเช็คเป็นรายฉบับ ว่าใช้ชำระหนี้อะไร ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์เจตนาในการรับ-จ่ายเงิน ก่อนจะนำไปสู่การเรียกสอบปากคำผู้ที่มีรายชื่อรับเงินทั้งหมด ให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน 

ก่อนจะไปถึงช่วงไฮไลต์ ดีเอสไอต้องมีข้อมูลครบถ้วน เพื่อกำหนดประเด็นคำถามในชั้นสอบสวนให้รัดกุม เมื่อถึงบทสุดท้าย ต้องมีคำตอบให้สังคม .. ได้สิ้นสงสัย 

หลังจากนี้จึงต้องเกาะติดว่าการปล่อยกู้จากแบงค์กรุงไทยให้เครือบริษัทกฤษดามหานคร  ตามข้อมูลในชั้นการตรวจสอบของคตส. ที่ระบุว่า กฤษดามหานครมีการโอนเงินให้กับนายพานทองแท้ ชินวัตร,นายมานพ ทิวารี บิดา น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ,นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขาส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร,และนายวันชัย หงษ์เหิน สามีนางกาญจนาภา นั้น ข้อเท็จจริงในสำนวนการสอบสวนเป็นไปตามข้อมูลที่คตส.ระบุไว้หรือไม่ หากเป็นจริงยังต้องวิเคราะห์กันต่อไปว่า มีมูลหนี้ต่อกันอย่างไร ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์เจตนาในการกระทำ 

โดยเฉพาะข้อมูลที่เริ่มแพลมออกมาว่า มีการจ่ายแคชเชียร์เช็คจาก นายวิชัย กฤษดาธานนท์ เจ้าของโครงการหมู่บ้านกฤษดามหานครจำนวน26ล้านบาทเข้าชื่อบัญชีนายพานทองแท้โดยตรง แต่ในช่วงเย็นวันเดียวกันกลับมีการยกเลิกแคชเชียร์เช็คดังกล่าว เปลี่ยนไปเป็นโอนเงินจากกลุ่มกฤษดามหานครไปซื้อหุ้นบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัดโดยใส่ชื่อเจ้าของหุ้นเป็นพนักงานของบริษัทฮาวคัม ซึ่งมีนายพานทองแท้เป็นเจ้าของ 

ย้ำชัดๆ อีกครั้งว่า ชาร์ตเส้นทางการเงินของปปง.และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. ) ที่ส่งถึงดีเอสไอเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อมูลละเอียดยิบ ว่าเงินที่อนุมัติจากแบงค์กรุงไทย มีเส้นทางเดินออกไปอย่างไรบ้าง ระหว่างนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงยังมีเวลาเตรียมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ 

คดีในทางอาญาก็ว่ากันไป ในส่วนของการดำเนินคดีคู่ขนาน หรือคดีฟอกเงินในทางแพ่ง ปปง. ก็เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อติดตามว่าเงินกู้จากแบงค์กรุงไทย ถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปให้กับใคร เป้าหมายไม่ใช่เรื่องคุกเรื่องตะราง แต่เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินกลับคืนแผ่นดิน โดยรูปแบบการสอบสวนเส้นทางการเงินจะใกล้เคียงกับคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ หรือบีบีซี. ซึ่งอำนาจตามกฎหมายฟอกเงินของปปง. ค่อนข้างครอบจักรวาลมากกว่าดีเอสไอ เพราะผลักภาระในการพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินให้กับจำเลย โดยเป้าหมายหลักในการสืบค้นทรัพย์สินน่าจะเป็นที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งปปง.เองก็ค่อนข้างมั่นใจว่า จะสามารถยึดทรัพย์เพื่อเรียกคืนความเสียหายในคดีนี้ได้แน่นอน