"สมบัติ"เชื่อเซ็ตซีโร่ ไม่ช่วยลดความได้เปรียบเสียเปรียบ ชี้ยุบพรรคใหญ่ สมาชิกยังแห่รวมตัวพรรคใหม่กลุ่มเดิม
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงยุบพรรคการเมืองและให้สมัครใหม่ว่า ส่วนตัวเข้าใจว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นเพียงแค่ตัวอย่างที่ นายวิษณุ ยกตัวอย่างขึ้นมา ไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ เนื่องจากต้องการยกตัวอย่างประกอบเพื่อตอบโต้โรดแม็พของนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด ซึ่งนายวิษณุบอกว่า หากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญออกมาให้ทุกพรรคไปจดทะเบียนหาสมาชิกกันใหม่ จะส่งผลให้การเลือกตั้งในระยะเวลา 2 เดือนนั้น ทำไม่ได้แน่นอน
นายสมบัติ ยังกล่าวถึงแนวคิดเรื่องการยุบพรรคทั้งหมดแล้วให้จัดตั้งใหม่ จะช่วยลดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งว่า ปกติในทางการเมืองจะมีกฎหมายอนุญาตให้ตั้งการเมืองได้ แต่ส่วนเรื่องพรรคจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของแกนนำและสมาชิกของพรรคที่จะแสดงศักยภาพออกมาให้ประชาชนสนใจ เพื่อให้เกิดความศรัทธาสนับสนุนพรรค ซึ่งการที่เป็นพรรคเล็กนั้นก็เป็นผลมาจากตัวพรรคเอง หากประชาชนไม่เชื่อถือ จะบอกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ไม่ได้ ในเมื่อกฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิของทุกพรรคเท่าๆกัน
“ความเป็นธรรมทางกฎหมายคือ อนุญาตให้มีการจัดตั้งพรรคอย่างเท่าเทียม การที่พรรคใหญ่ๆมีฐานเสียงมาก่อน เพราะว่า เขาทำงานมาก่อน แล้วจะไปบอกว่า ทำให้เขาไม่ได้เปรียบได้อย่างไร ดังนั้นการสลายพรรคการเมืองเพื่อต้องการไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ จะกลายเป็นว่า พรรคใหญ่ๆไม่ได้รับความเป็นธรรมอีก” อดีตประธานคณะกรรมาธิการปฎิรูปการเมือง กล่าวและย้ำว่า แนวคิดนี้จะทำให้เกิดปัญหาความยุ่งยาก สูญเสียเวลามากขึ้น เพราะพรรคการเมืองเก่าจะต้องไปทำเรื่องจัดตั้งใหม่หาสมาชิกใหม่ แนวคิดนี้ยังไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบแต่อย่างใด ต่อให้ยุบพรรคใหญ่ๆ คนในพรรคก็ยังจะกลับมารวมกลุ่มภายใต้ชื่อพรรคใหม่อยู่ดี อย่างกรณีพรรคเพื่อไทยที่สมาชิกส่วนใหญ่มาจากพรรคพลังประชาชน เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนชื่อพรรค แต่สมาชิกไม่เปลี่ยน ดังนั้นการที่พรรคการเมืองนั้นจะมีฐานะเป็นพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ ก็ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของพรรคเอง




