อัยการนัดรายงานตัวคดี "สุเทพ–แกนน กปปส.–นักวิชาการ" ร่วมกบฏ 28 ต.ค.นี้ ทนายคาดอัยการยังไม่ส่งฟ้อง เหตุรอผลสอบเพิ่ม
นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทีมทนายความ กปปส. กล่าวถึงความคืบหน้า คดีที่คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีคำสั่งให้ฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. , แกนนำ กปปส.และนักวิชาการที่ร่วมการชุมนุม รวม 48 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ , ร่วมกันสนับสนุนเป็นกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหาว่า อัยการนัดให้ แกนนำ กปปส. เข้ารายงานตัวในวันที่ 28 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. แต่เนื่องจากผู้ต้องหา ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ขอให้สอบพยานผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพิ่มเติมหลายปาก ซึ่งขณะนี้อัยการยังสอบปากคำพยานไม่แล้วเสร็จ ดังนั้นคาดว่าในวันดังกล่าวอัยการจะยังไม่ส่งฟ้องศาล
นายวิโรจน์ ทนายความ กล่าวอีกว่า ในช่วงระหว่างที่อัยการ จะมีความเห็นสั่งให้ฟ้องนั้น แกนนำ กปปส.ติดดูแล กลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนั้นจึงยังไม่เคยยื่นคำให้การต่อสู้คดีเลย กระทั่งพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนคดีส่งให้อัยการแล้วอัยการมีความเห็นสั่งให้ฟ้อง เราจึงขอโอกาสยื่นขอความเป็นธรรม ซึ่งผลของคดีเป็นได้ 2 แนวทาง คือ อาจไม่เปลี่ยนแปลง หรือถ้าพยานหลักฐานฟังขึ้น ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้
ขณะที่นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า ขณะนี้อัยการได้ให้สอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานเพิ่ม เนื่องจาก แกนนำ กปปส.ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยการชุมนุมของ กปปส.เป็นการชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการชุมนุมโดยสงบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสำนวนคดีการชุมนุมของ กปปส.นั้น อัยการได้มีความเห็นเมื่อวันที่ 8 พ.ค.57 สั่งฟ้องนายสุเทพ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำ กปปส.รวม 43 คน ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่มิใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่ยอมเลิก , ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน ปิดงานงดจ้าง เพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และบุกรุกสถานที่ราชการ รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้งและสั่งให้ฟ้องนักวิชาการ 5 คน ที่ได้ร่วมขึ้นปราศรัยด้วย ในข้อหาร่วมกันสนับสนุนนายสุเทพ เลขาธิการ กปปส. กระทำการอันเป็นกบฏดังกล่าว
แต่เนื่องจากระหว่างนั้น นายสุเทพ เลขาธิการ กปปส. กับพวกผู้ต้องหา 48 คน พนักงานสอบสวน ดีเอสไอยังไม่ได้รับตัวไว้สอบสวนเพราะติดการชุมนุม โดยผู้ต้องหาดังกล่าวก็ยังไม่ได้ให้การกับพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนให้ครบถ้วน ดังนั้นเมื่ออัยการมีความเห็นสมควรสั่งให้ฟ้องแล้ว
จึงให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปดำเนินการเรียกตัวผู้ต้องหามาสอบและสรุปเป็นสำนวนคำให้การตามขั้นตอนให้ครบถ้วนเพื่อส่งสำนวนคดีกลับมาให้อัยการเพื่อจะรวมยื่นฟ้องเป็นคดี ดังนั้นภายหลังเมื่อสิ้นสุดการชุมนุม กปปส. ต่อมาจึงได้มีการร้องขอเป็นธรรม และดำเนินการตามขั้นตอน ขณะที่คดีดังกล่าวมีอายุความ 20 ปีในการดำเนินคดี
แต่ระหว่างนั้น อัยการ ก็ได้ยื่นฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม , นายสกลธี ภัททิยกุล , นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และนายเสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการ ที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏฯไปแล้ว ซึ่งคดีอยู่ระหว่างนัดตรวจพยานหลักฐาน โดยจำเลยทั้งสี่ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา





