"ไพบูลย์"เผยไม่รู้จัก"ตั๊น จิตภัสร์"ถือเป็นผู้มีสิทธิสมัครเป็นตำรวจ หากกีดกันผู้ฝักใฝ่การเมืองไม่ให้รับราชการต้องทำให้ตลอด และแก้กฎหมาย
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตั้งน.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น เป็นข้าราชการตำรวจว่า ตนไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกับน.ส.จิตภัสร์ แต่ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิของน.ส.จิตภัสร์ ที่ดำเนินการตามขั้นตอนคือมีการประกาศรับสมัครเพื่อหาบุคคลจากหน่วยงานราชการ ขณะที่น.ส.จิตภัสร์ ก็จบการศึกษาดี มีสิทธิเข้ารับสมัคร
จึงต้องถามกลับว่ากรณีนี้มีความผิดตรงไหน หากจะระบุว่าเคยเคลื่อนไหวกับกลุ่มกปปส. ทำให้ไม่เหมาะสม ก็คงต้องกลับไปแก้ไขที่ระเบียบราชการต้องประกาศไปให้ชัดว่าใครที่เป็นแนวร่วมนปช. หรือกปปส. หรือใครที่ฝักใฝ่การเมือง ห้ามสมัครเป็นข้าราชการ ในฐานะรมว.ยุติธรรม ตนเห็นว่ากฎหมายควรถูกใช้อย่างเท่าเทียมกันทุกคน อะไรที่เป็นสิทธิของประชาชนก็ต้องให้ความเป็นธรรม ซึ่งเรื่องดังกล่าวเมื่อมีการเปิดรับสมัคร หน่วยงานก็มีหน้าที่กลั่นกรองตามกฎเกณฑ์และกติกาจนผ่านเข้ามาได้ ดังนั้นเมื่อบุคคลนั้นมีสิทธิก็ต้องสามารถทำได้ แต่หากพบว่าภายหลังมีการเข้าไปมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมืองก็ค่อยปลดตามกฎระเบียบที่มีอยู่
"หากจะบอกว่าเขาไม่มีสิทธิก็ต้องไปแก้ที่ระเบียบราชการ กรณีนี้ไม่ใช่การเชิญให้มาเป็นเลขาฝ่ายการเมืองหรือเชิญมาเป็นเลขานุการหรือผู้ช่วยรมต.นั่งหน้าสำนักงาน ซึ่งอย่างนี้ไม่เหมาะสมแต่การที่เป็นบุคคลที่มีการศึกษาดี มีสิทธิรับสมัครไปรับสมัครตามระเบียบก็ต้องให้สิทธิเขาไปหากต่อไปทำผิดกฎ กติกาก็ค่อยปลดออก ตนไม่อยากพูดถึงข้าราชการหลายรายที่เห็นกันทั้งตำรวจหรือพยาบาลบางคนที่มีแนวคิดฝักใฝ่การเมืองแต่ก็ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้ เรื่องของสิทธิผมอยากให้ความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม ขณะที่เรื่องผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการถึงที่สุดเช่นกัน"รมว.ยุติธรรม กล่าว
รมว.ยุติธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านกรณีดังกล่าวโดยใช้สัญลักษณ์ริบบิ้นดำว่า นับเป็นเรื่องดีกับการออกมาแสดงความคิดเห็นแต่ก็ควรปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ตนเชื่อว่าทุกหน่วยงานมีกลุ่มคนแบบนี้ กระทรวงยุติธรรมเองก็มี ซึ่งต้องไปจัดการภายในให้ได้
ส่วนกรณีที่พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. เคยลาออกจากราชการไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อไม่ได้รับเลือกตั้งก็กลับเข้ามารับราชการตำรวจในตำแหน่งรองผบ.ตร. รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิตามระเบียบที่ทำให้สามารถกลับมารับราชการได้ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพล.ต.อ.พงศพัศ ในเมื่อระเบียบบอกว่าทำได้เราจะบอกว่าไม่ได้ได้อย่างไร
ทั้งนี้ กฎหมายทุกฉบับควรออกมาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกคนเพราะใช้กับทุกคน. ไม่ใช่อะไรที่เป็นประโยชน์ก็เอื้อให้เฉพาะกับคนที่รัก





