วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ปธ.กรธ.ต้องมีความเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกม.

"สุริยะใส" ชี้ประธานกรธ. ต้องมี Leadership ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมาย เตือน คสช. อย่าล็อคสเป็ค

แนะกำหนดอำนาจหน้าที่ สปท. ให้ชัดเจน หวั่นซ้ำรอย สป.ที่ถูกยุบทิ้งไป

 นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ผมเห็นว่ากรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 21 คนที่อยู่ระหว่าง คสช.สรรหานั้น คสรจะได้องค์ประกอบและสัดส่วนที่จะทำให้สังคมเกิดความน่าเชื่อถือมากที่สุด อย่างน้อยต้องมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากรรมาธิการยกร่างก่อนหน้านี้ เพราะจะผลในทางจิตวิทยาและความเชื่อมั่นและความหวังของประชาชนต่อกระบวนการปฏิรูปประเทศไทย โดยเฉพาะตำแหน่งประธาน กรธ.ต้องเป็นบุคคลที่มีต้นทุนสูง มีภาวะผู้นำหรือ Leadership สามารถจุดประกายและรวบรวมพละกำลังทางสังคมเพื่อสร้างแรงส่งของการปฏิรูปในระยะยาวได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมายหรือนักรัฐธรรมนูญนิยม

“ คสช.จึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดไม่ใช่ไปล็อคสเป็คว่าต้องเป็นคนที่ คสช.สั่งได้ เท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจะเกิดความเสี่ยงเกิดความหวาดระแวงและสังคมจะหันหลังให้กับกระบวนการปฏิรูปในที่สุด ต้องไม่ลืมว่าการปฏิรูปเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา มีความต่อเนื่องและระดมการมีส่วนร่วมให้มากที่สุดทำคนเดียวหรือฝ่ายเดียวไม่ได้ ” นายสุริยะใส กล่าว

รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวอีกว่า ในส่วนการเลือกสรรสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ หรือ สปท.นั้น นอกจากต้องคำนึงถึงความหลากหลายแล้ว ควรเป็นคนที่จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนหรือสานต่อกระบวนการปฎิรูปในระยะยาวด้วย และไม่ควรมีสัดส่วนของทหารและภาคราชการมากเกินไป ยิ่งรัฐบาลประกาศยุทธศาสตร์ประชารัฐแล้ว ก็ควรคำนึงถึงความเสมอภาคและความเท่าเทียมไม่ใช่ปล่อยให้ภาครัฐราชการมาครอบงำภาคประชาสังคม ที่น่าเป็นห่วงคืออำนาจหน้าที่ของสภาขับเคลื่อนฯยังไม่มีความชัดเจน ถ้าต้องทำหน้าที่คล้ายสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สป.ที่ถูกยุบไปแล้ว ซึ่งจะไม่มีความสำคัญอะไร คสช.จึงต้องกำหนดอำนาจหน้าที่ของสภาขับเคลื่อนฯ ให้ชัดเจนกว่านี้