วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.จ่อหมายจับหนุ่มปากีฯพร้อมเมียไทยพันคดีบึ้มกรุง

"ุประวุฒิ"เผยเตรียมออกหมายจับหนุ่มปากีสถาน พร้อมเมียคนไทยพันคดีระเบิดกรุงภายใน 1-2 วันนี้ ลั่นถ้าพบจนท.รัฐมีเอี่ยวฟันไม่เลี้ยง

พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการออกหมายจับขบวนการวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ว่า คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้อาจมีการออกหมายจับผู้ต้องหาชาวต่างชาติเพิ่มอีกมากกว่า 1 ราย โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน และพยานเพื่อออกภาพสเก็ตช์ โดยเป็นการขยายผลจากการตรวจค้นอพาร์ทเม้น ย่านพระโขนง และย่านดินแดง จนพบว่าอาจเป็นผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้านใดด้านหนึ่ง

และอาจเป็นสามีของน.ส.ปณิฐ์สรา ชาลีรัฐรมย์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ภายในหอพักสตรีอู๊ด ย่านดินแดง ซึ่งหากพบว่าน.ส.ปณิฐ์สรา มีส่วนรู้เห็นด้วย ก็จะดำเนินการออกหมายจับเช่นกัน รวมถึงหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือ ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด 

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบหนังสือเดินทางปลอม จำนวน 251 เล่ม ที่ยึดได้นั้น พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ทางสถานฑูตตุรกีได้ส่งเจ้าหน้าที่มาพบกับผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ในประเด็นการขอความร่วมมือเรื่องการตรวจสอบจำนวนพาสปอร์ตที่ยืดได้ว่า จริงหรือไม่ ส่วนอีกเรื่องคือ การตรวจสอบพาสปอร์ตของนายอาเด็ม ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าจับกุมได้ที่อพาร์ทเม้นท์ ย่านหนองจอก รวมถึงจะมีการประสานข้อมูลการหลบหนีของนายอิซาน ว่ามีการเดินทางเข้าตุรกีจริงหรือไม่ หรือมีความเข้าใจผิดที่คลาดเคลื่อนอย่างไรบ้าง 

โฆษกตร. กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่สถานทูตประเทศตุรกี ขอนำหนังสือเดินทางปลอม จำนวน 251 เล่ม กลับไปตรวจสอบที่ตุรกีนั้น ไม่สามารถทำตามคำขอได้ เนื่องจากหนังสือเดินทางปลอมทั้งหมดเป็นการกระทำผิดในประเทศไทย ไทย และเจ้าหน้าที่ยังจำเป็นต้องใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว โดยทำได้เพียงส่งสำเนาให้เท่านั้น แต่หากทางสถานทูตตุรกีต้องการแทบบาร์โค้ตทางไทยก็ยินดีถอดรหัสให้ พร้อมทั้งมีการสอบถามถึงเส้นทางหลบหนีไปยังประเทศตุรกีของนายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเราะห์มาน หรืออิซาน

เนื่องจากข้อมูลจากประเทศบังคลาเทศ ยืนยันชัดเจนว่า นายอิซาน หลบหนีไปยังประเทศดังกล่าว นอกจากนี้ หากการตรวจสอบชื่อของชายเสื้อเหลือง ผู้นำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้หน้าศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ เป็นข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการออกหมายจับตามชื่อและภาพจากกล้องวงจรปิดทันที ส่วน น.ส.วรรณา สวนสัน ผู้ต้องหาชาวไทยที่หลบหนีนั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ขณะนี้อยู่ประเทศใด รวมถึงยังไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ 

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดซื้อเครื่องมือตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล หรือไบโอเมตริก หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้เร่งดำเนินการจัดซื้อให้ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ตนศึกษาข้อมูลมานานกว่า 7 ปี จนขณะนี้เครื่องมือดังกล่าวมีความเสถียร ซึ่งขณะนี้มีประเทศในโลกมากกว่า 50 ประเทศที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งเป็นการตรวจสอบร่วมกันระหว่างใบหน้า ลายนิ้วมือ และการตรวจสอบชื่อ ในการเดินทางเข้าออกประเทศทุกครั้ง ซึ่งจะทำให้ผู้กระทำผิดไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าการตรวจสอบข้อมูลแบบเดิมที่มีอยู่ ไม่สามารถตรวจสอบผู้ลักลอบเข้าเมื่องที่มักใช้วิธีการปลอมแปลงเอกสารในการลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศ จนเกิดผลเสียร้ายแรงกับประเทศในที่สุด จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องการการนำเครื่องมีที่มีความทันสมัยเข้ามาใช้ 

โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่มีการชี้แจงในเรื่องความโปรงใสของการจัดซื้อนั้น ในวันพรุ่งนี้จะมีการชี้แจงต่อคณะทำงานของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี หากได้ข้อสรุปก็จะสามารถดำเนินการต่อได้ทันที โดยภายในระยะเวลา 6 เดือน จะทำการติดตั้งที่สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ และอีก 6 เดือนถัดไปจะติดตั้งที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ

พร้อมทั้งเปิดให้ตำรวจทุกพิ้นที่ทั่วประเทศและหน่วยงานอื่นๆ เข้าไปบันทึกข้อมูลแบล็คลิสต์ในกรณีพบผู้กระทำผิดเพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบสกัดกั้นการเดินทางเข้าและออกประเทศของผู้กระทำผิดกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งจะมีการหารือเรื่องการกวดขันการลักลอบเดินทางเข้าออกในเส้นทางธรรมชาติต่อไป