"อภิสิทธิ์"เป็นพยานให้ถ้อยคำป.ป.ช. ในคดีเงินกู้ 2 ล้านล้านขัดรธน.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังเข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการไต่สวน ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีเป็นผู้เสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีข้อขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญปี 50 ว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้เป็นผู้ร้อง แต่มาในฐานะพยานในประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย
ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่ากรณีที่รัฐธรรมนูญไม่มีผลบังคับใช้แล้ว จะส่งผลกระทบต่อคดีนี้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับคดีอื่นหรือไม่ เนื่องจากต้องดูรายละเอียดคำร้อง ข้อกล่าวหา และการกระทำความผิดกฎหมาย ซึ่งอาจมีกฎหมายอื่นรวมอยู่ด้วย ส่วนคดีจะสะดุดหรือไม่ ป.ป.ช.ต้องวินิจฉัยเอง โดยต้องมีบรรทัดฐานในการพิจารณาด้วยว่าทำไมคดีใดสามารถเดินได้ แต่บางคดีเดินต่อไม่ได้ แต่โดยปกติในแง่ของพฤติกรรมไม่ใช่มีแค่เรื่องขัดรัฐธรรมนูญ แต่ขัดกฎหมายอื่นที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ด้วย
ส่วนการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. 5 คน ที่จะว่างลงในสิ้นเดือนกันยายนนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งผู้ที่สรรหาก็ต้องให้ได้คนที่สุจริต และมีความกล้า เพราะการทำงาน ป.ป.ช. หากไม่กล้ายืนหยัด ก็จะเผชิญกับแรงกดดันสารพัด และถ้าไม่กล้าก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างตรงไปตรงมา และสังคมควรให้กำลังใจองค์กรที่ทำงานตรงไปตรงมา ส่วนองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาตามคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่ได้เป็นไปตามระบบปกติ
โดยมีตัวแทนของรัฐบาลเข้าไปร่วมสรรหาด้วยจะทำให้ป.ป.ช.ที่ถูกคัดเลือก ถูกมองว่าเป็นคนของ คสช.หรือไม่นั้น ตนเห็นว่าตอนนี้สภาพบ้านเมืองไม่ปกติ ทำให้คณะกรรมการสรรหาไม่ครบถ้วนตามระบบปกติ ทำให้มีข้อจำกัด แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่การทำงานของคณะกรรมการสรรหา และพิจารณาว่ามีใครสมัครบ้างโดยคนที่จะสมัคร หรือคนที่ได้รับคัดสรรให้เป็น ป.ป.ช.แล้วต้องมีความเป็นอิสระ
ผู้สื่อข่าวถามว่ เคยมีกรณีตัวอย่าง การสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินในช่วงที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ได้รับเลือก แต่กลับเป็นที่ปรึกษา คสช. และสุดท้ายไปเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มองอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้พยายามหลีกเลี่ยงกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน และอยากให้คนที่ตั้งใจจริงมีโอกาสทำงาน เนื่องจากประชาชนคาดหวังเรื่องการปฎิรูป ปราบปรามการทุจริต เป็นความต้องการอันดับหนึ่งของสังคม





