"อนุสิษฐ"เผย"พล.อ.ประวิตร" สั่งปัดฝุ่นเครือข่ายซุปเปอร์จิน เชื่อมข้อมูลข่าวสารรัฐ หวังเพิ่มประสิทธภาพการใช้ข้อมูลระดับกระทรวง
ตึกสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)- นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูลด้านความมั่นคงว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้ความสำคัญเพราะต้องการให้ระบบข้อมูลข่าวสารของประเทศสามารถเชื่อมโยงกันได้ เพราะขณะนี้ฐานข้อมูลอยู่ในหลายหน่วยงานแล้วต่างคนต่างทำงาน ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคเพราะข้อมูลบางอย่างสามารถแบ่งปันและเชื่อมโยงกันได้ทันที
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายข่าวสารที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เคยทำไว้ เรียกว่าเครือข่ายทางหลวงอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาลที่เชื่อมต่อกับหน่วยงานภาครัฐ (เครือข่ายซุปเปอร์จิน) ที่เป็นเครือข่ายข้อมูลของรัฐบาลเราก็นำข้อมูลของกระทรวงต่างๆ มาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้ในแง่ของเศรษฐกิจ การเมือง การลงทุน รวมทั้งการเตือนภัยจากธรรมชาติ เราจะทำอย่างไรให้ข้อมูลนี้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเรื่องนี้นายกฯให้ความสำคัญค่อนข้างสูง
นายอนุสิษฐ กล่าวต่อว่า ฐานข้อมูลดังกล่าวมีข้อมูลเรื่องน้ำ เรื่องประชากร ซึ่งในอนาคตจะต้องพัฒนาไปสู่การทำข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลสามารถบันทึกข้อมูลลายนิ้วมือ ใบหน้า รวมถึงอัตลักษณ์อื่นๆ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ถึงบุคคลต่างๆ เพื่อให้ทราบถึงการเข้าออกประเทศและการดูแลบุคคลภายในประเทศเอง ส่วนข้อมูลด้านภัยพิบัติ ก็จะมีข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำหน้าที่ป้องกันภัยพิบัติอย่างไร ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ การประชุมวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนี้จะเป็นการทำในระดับอนุกรรมการที่จะพิจารณาโดยสมช. และสมช.กับสำนักงานรัฐบาลอิเลคทรอนิกส์ที่จะเข้ามาดูระบบต่างๆที่มีอยู่ในประเทศ ซึ่งขณะนี้สำนักงานรัฐบาลอิเลคทรอนิกส์ที่มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของแต่ละกระทรวงไว้ครบถ้วนแล้ว เหลือแต่การดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปใช้ในระดับนโยบาย ส่วนใดใช้ในระดับปฏิบัติได้ และส่วนใดที่ประชาชนสามารถเข้าถึง ข้อมูลบางส่วนสื่อที่มีความสงสัยถึงข้อมูลบางอย่าง ฐานข้อมูลนี้สามารถตอบโจทย์ สร้างการรับรู้ในระดับนโยบายที่ต้องเป็นข้อมูลที่เปิดเผยได้
เมื่อถามว่า การติดตามบุคคลที่เข้าออกประเทศ ขณะนี้มีข้อมูลที่เพียงพอแล้วหรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ฐานข้อมูลนี้จะเกี่ยวโยงกับคนที่เข้าออกประเทศ รวมถึงบุคคลที่เข้าออกชายแดน ซึ่งเป็นงานสำคัญของหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงการข้ามผ่านแดนของสิ้นค้าที่ผิดกฎหมาย สิ่งต่างๆเหล่านี้จะต้องมีระบบของการเฝ้าตรวจ รวมถึงระบบของการเฝ้าเตือนจะต้องมีประสิทธิภาพ และเมื่อแจ้งเตือนอย่างมีประสิทธิภาพแล้วระบบการบริหารจัดการภายในประเทศก็ต้องมีประสิทธิภาพ ส่วนอุปสรรคต่างๆก็ต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนา
รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆด้วย อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีการลงทุนการท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องมีการลงทุนเรื่องเครื่องมือในการเฝ้าระวังความมั่น สิ่งนี้ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งเรื่องเหล่านี้นายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
เมื่อถามว่าการลงทุนครั้งนี้จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากหรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า คิดว่าไม่มากนัก เพราะแต่ละกระทรวงมีชุดข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว แต่อาจจะใช้งบประมาณในการทำศูนย์รวบรวมข้อมูลที่จะทำหน้าที่แบ่งปันข้อมูลในภาคส่วนต่างๆ ให้เชื่อมโยงกันตามแผนของกระทรวงไอซีที ส่วนการป้องกันระบบการแฮคข้อมูล เรามีการจัดลำดับข้อมูลที่สามารถเผยแพร่ได้ และข้อมูลที่อยู่ในชั้นความลับ ซึ่งขณะนี้ประชาชนอาจมีการสับสนอยู่ระหว่างข้อมูลของรัฐและของสื่อ ฐานข้อมูลนี้เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ประชาชนไม่สับสน





