"หัสวุฒิ"เชื่อสอบสวนปมจม.น้อยไม่เลิกรา ยื้อเวลาจนถึงสิ้นก.ย. รอกรรมการบางคนเกษียณ ตั้งกก.ลงมติใหม่
นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขณะนี้ถูกพักราชการจากการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี เกี่ยวข้องหรือไม่กับการทำจดหมายน้อยของเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ส่งถึง ผบ.ตร.ให้การสนับสนุนการโยกย้ายนายตำรวจซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยศาลปกครอง ได้แถลงข่าวภายหลังวันนี้เดินทางมารับเอกสารจากคณะกรรมการฯ โดยก่อนหน้านี้นายหัสวุฒิ เคยแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ตั้งข้อสังเกตการณ์ดำเนินการสอบสวนของคณะกรรมการฯ มาแล้วว่า ใช้เวลานานกว่า 5 เดือนยังไม่แล้วเสร็จ นับจากการตั้งแต่คณะกรรมการ ฯ วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตามกฎหมายให้ดำเนินสอบสวนเสร็จสิ้นภายใน 30 วันและให้ขยายเวลาการสอบสวนได้ไม่เกิน 60 วัน
นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ยังคงตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้เรียกพยานต่างๆ มาพิจารณาและก็มีเสียงข้างมากแล้ว ว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ไม่มีหลักฐานใดที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตน ซึ่งการสอบสวนควรต้องจบตามขั้นตอนโดยมีการเสนอให้คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรือ ก.ศป.รับทราบและพิจารณาเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ ก.ศป. กลับนำเสียงข้างน้อยของกรรมการสอบสวน ฯ ที่เห็นตรงข้ามนั้น มาพิจารณาแล้วให้ดำเนินการสอบสวนข้อกล่าวเดิมต่ออีกครั้ง
โดยคณะกรรมการสอบสวนเสียงข้างมาก 3 ใน 2 ก็ยังยืนยันว่าไม่มีประเด็นสนับสนุนข้อกล่าวหาตน ขณะที่ควรต้องมีการยุติเรื่อง แต่ ก.ศป.ก็ยังเหนี่ยวรั้งให้ดำเนินการอ้างทำตามขั้นตอนกฎหมายอีก โดยให้คณะกรรมการสอบสวนฯ เรื่องต่อ และวันนี้ก็เรียกให้ตนมารับเอกสาร ซึ่งไม่รู้ว่าจะสอบเรื่องอะไรอีก โดยตนก็ได้แจ้งกับคณะกรรมการสอบสวนฯ ว่า ตนเคยส่งเอกสารชี้แจงโต้แย้งไปแล้วกว่า 10 หน้าตั้งแต่ครั้งแรกและตนยังขอยืนยันตามคำให้การเดิมในชั้นสอบข้อเท็จจริง
"ผมอยากจะบอกว่าการดำเนินการแบบนี้ เข้าใจง่ายเลยๆ หากศาลปกครองชั้นต้นตัดสินคดีด้วยเสียงข้างมากแล้วมีการอุทธรณ์ขึ้นไปศาลสูง แต่ศาลสูงไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของเสียงข้างมากศาลชั้นต้น แล้วจะสั่งศาลชั้นต้นให้พิจารณาใหม่ สอบสวนใหม่ตามเสียงข้างมากนั้น จะทำได้หรือไม่ ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่มีกฎหมายห้ามจึงทำได้ ไม่มีหรอกครับ ไม่ว่าการพิจารณาคดีของศาลใดในโลกก็ตาม สิ่งที่กำลังดำเนินการกับผมคิดว่าเป็นการทำผิดอย่างร้ายแรง"
นายหัสวุฒิ กล่าวตั้งข้อสังเกตอีกว่า ครั้งแรกก็มีการกล่าวหาว่า ตนไม่ยอมตอบโต้ข่าวก่อนแล้วเมื่อมีตุลาการร่วมกันลงชื่อให้สอบสวน จึงบอกว่ามีมูลให้สอบสวนแล้ว ก.ศป.รับลูกตั้งกรรมการสอบสวนฯ แต่เมื่อสอบสวนฯ คณะกรรมการเสียงข้างมากบอกไม่มีมูล ไม่ผิด แต่ ก.ศป.ไม่ฟังกลับนำเสียงข้างน้อยมาสอบใหม่ ก็เหมือนจะเอาให้ผิดให้ได้ถึงจะเลิกใช่หรือไม่ นี่ก็สอบถึง 3 ครั้งแล้ว ตนตั้งสังเกตว่าวันที่ 15 ก.ย.นี้ จะครบ 6 เดือนแล้ว
ขณะที่ยังไม่ดำเนินการสอบสวนให้เสร็จทั้งที่กฎหมายให้ต้องเสร็จภายใน 30 วัน ขยายได้อีก 60 วัน ตนจึงคิดว่าคงจะมีการดึงเวลาจนถึงสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เพราะจะมีกรรมการท่านหนึ่งเกษียณราชการ ก็จะอ้างได้ว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จ ก็ตั้งคนอื่นที่เป็นคนของตัวเองเข้ามา ก็จะลงมติว่าผิดแล้วไล่ตนออก สิ่งเหล่านี้จะเป็นธรรมหรือไม่ ถ้าเกิดอย่างนี้ ขนาดตนในฐานะประธานศาลปกครองสูงสุด ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย
"ทำไมเขาถึงต้องเล่นงานผมขนาดนี้ ก็อยากบอกว่าเพื่อต้องการกำจัดผมออกให้พ้นจากองค์กรนี้ แล้วทำไมต้องทำขนาดนั้น ที่ผ่านมามีคดีสำคัญที่พิจารณาในศาลนี้ คดีสุดท้ายคือคดีนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ตัดสินไม่เป็นไปตามความต้องการของเขา ดังนั้นถ้าผมอยู่ต่อไปแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น ผมรู้พูดอย่างนี้อันตราย แต่ไม่รู้จะว่าอย่างไร"
เมื่อถามว่า การตั้งข้อสังเกตดังกล่าว หมายถึงกำลังมีการเมืองเข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรใช่หรือไม่ นายหัสวุฒิ กล่าวว่า ตามที่ตนยกตัวอย่างให้ฟัง เรื่องการพิจารณาคดีนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ไม่เป็นไปตามความต้องการ โดยคดีนายถวิล เห็นว่าคำสั่งโยกย้ายนั้นไม่ชอบ
เมื่อถามว่า หากเป็นกรณีที่มีการแทรกแซงองค์กรแล้วเหตุใดในส่วนของตุลาการศาลปกครองที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จึงไม่ออกมาเคลื่อนไหว นายหัสวุฒิ กล่าวว่า ก็ต้องไปถามเขาเอง หรือเพราะต้องอยู่ในความกลัวว่าจะถูกเล่นงานเหมือนตน
เมื่อถามว่า หากการสอบสวนสุดท้าย มีการดำเนินโดย ก.ศป.ที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง ด้วยกันจะให้ออกจากราชการแล้ว จะดำเนินร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรมอย่างไรตามขั้นตอน นายหัสวุฒิ กล่าวว่า ตนถึงถามขอเป็นธรรมอยู่ และขอบอกว่าศาลปกครองเป็นของประชาชน ไม่ใช่ใครเป็นเจ้าขององค์กร ดังนั้นเมื่อเห็นความไม่เป็นธรรม ก็ต้องร่วมกันออกมาเรียกร้องไม่ให้มีการครอบงำ ที่ผ่านมาก็มีที่ให้กำลังใจตนแต่ไม่มีใครกล้าออกมา เรื่องนี้เกินจากตัวของตนไปแล้ว แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ที่ออกมาไม่ได้ปกป้องตัวเอง แต่ปกป้องประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ ก็ยังคงเป็นการให้ข่าวของนายหัสวุฒิ ประธานศาลปกครองสูงสุด บริเวณโถงกลางชั้น 1 สำนักงานศาลปกครอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ได้นำเอกสารข้อกำหนดประธานศาลปกครองสูงสุด เรื่องการรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาล ที่ระบุเกี่ยวกับข้อปฏิบัติการแต่งกาย และการถ่ายภาพ บันทึกเสียง มาแจกจ่ายให้กลุ่มผู้สื่อข่าวที่ติดตามมาทำข่าวนี้ เพื่อมิให้ปฏิบัติใดเป็นการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าวด้วย





