วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ลั่นไม่ปรองดอง จนกว่าผ่านกระบวนการยุติธรรม

“พล.อ.ประยุทธ์” ลั่นไม่ปรองดองจนกว่าผ่านกระบวนการยุติธรรม บอกคนถูกเรียกปรับทัศนคติ หากยังผิดไปขึ้นศาลเลย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมร่วมครม. คสช. ถึงกรณีจุดยืนการปรองดองของรัฐบาลว่า เรื่องปรองดองจะมีในด้านใดบ้าง ปรองดองทางกฎหมายมีหรือไม่ ปรองดองในคดีที่ไม่หนักหนาได้หรือไม่ แต่ต้องมีการรับผิดไปก่อน อยู่ดีๆ จะให้ยกไปเฉยๆ ไม่ได้ เช่น คดีปี 53 ที่ติดคุกมาหลายปีแล้ว ก็ต้องไปดูว่าเป็นคดีที่เกิดจากตัวเองกระทำหรือไม่ ถ้าอยากจะปล่อยให้คนพวกนี้ให้เร็วขึ้น ก็ต้องถามหาความเมตตาจากศาล เพื่อให้คนเหล่านี้ออกมาข้างนอก ก็ต้องไปหาว่าใครเป็นคนสั่งเขา ใครหาอาวุธให้เขา จะได้มีความชัดเจน ไม่อย่างนั้นก็ติดคุกกันแบบนั้น ตนไม่ได้เป็นคนขัง แต่ศาลเป็นคนขัง ก่อนที่ตนจะเข้ามาอีก ตนต้องการจะดูแลคนเหล่านั้น แต่ติดที่เรื่องของกฎหมาย รวมถึงคนที่กระทำความผิดตั้งแต่ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ถ้าไม่เข้ากระบวนการยุติธรรม ตนจะไม่ปรองดองกับใคร ปรองดองกับใครไม่ได้

“ไม่มีใครมาดีลกับผม ตกลงไม่ได้ ผมไม่เคยไปดีลกับใคร ผมมาอย่างนี้จะไปดีลกับใคร เขาไม่ได้จ้างผมปฏิวัตินี่หว่า หรือเขาให้ผมมาปฏิวัติเพื่อจะดีลกับผม ไม่เกี่ยวกัน ผมเป็นคนตัดสินใจเอาตัวผมเข้ามาเสี่ยงเอง เข้าใจกันซะบ้าง เพราะฉะนั้นผมดีลกับใครไม่ได้ อนาคตผม ชีวิตผม ฝากใครได้ล่ะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องสู้กับสื่อ สู้กับคนบ้าง บริหารราชการแผ่นดินบ้าง สั่งไปจนเวียนหัวหมดแล้ว เยอะแต่จำได้หมด ไม่ต้องกลัวหรอก จำได้ สมองยังดีอยู่ ยังไม่แก่มากนัก ยังจำได้หมดทุกอัน ตนก็ไม่เคยสั่ง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เวลาสัมภาษณ์ให้ไปโจมตีคนนั้นคนนี้

“แต่ทำไมมีคนโจมตีผม ถ้าผมทำความชั่ว ผมไม่อยู่แล้ว ถ้าผมคิดว่าผมความดีแล้วคนอื่นเห็นความดีของผม ผมก็จะช่วยเขาสู้กับคนพวกนี้โดยที่ผมมีกฎหมายของผมอยู่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ประกาศล่วงหน้าแล้ว จำคำพูดไว้ด้วยนะ แล้วอยู่ดีๆ จะเอาคนนู้นมาคุม ประกาศไว้แล้วเรื่องต่อไปนี้ อย่าทำ เหมือนท่านห้ามลูกหลานท่าน อย่าทำนู่น อย่าทำนี่ ห้ามไปเล่นน้ำ เดี๋ยวจมน้ำตาย แล้วมันก็ไปเล่นน้ำกับเพื่อน กลับมาก็ต้องตีหรือไม่ ก็ต้องตี ทำไมไม่คิดแบบนี้ล่ะ ถ้าตีแล้วยังดื้ออีก ก็ต้องว่าวิธีอื่น ถ้าเป็นฝรั่งเขาใช้วิธีห้ามออกนอกบ้าน เขามีหมดสังคมโลกเขามีกติกาแบบนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

“เมื่อกี้ผมฟังรัฐมนตรี เล่าให้ฟังในการสอนปริญญาโทในตำราเขียนไว้อยู่แล้วว่าทุกประเทศ ประชาธิปไตยดีที่สุด แต่เมื่อไหร่ก็ตามประชาธิปไตยมีความขัดแย้ง มีอำนาจแบบผมเท่านั้นถึงจะแก้ได้ ทั้งโลกเขาสรุปมาแล้วไปอ่านซะบ้าง ผมก็ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง ประเทศไทยมีกัน 70 ล้านคน ตีกันจะตายอยู่แล้ว ผมพยายามรวบรวม 70 ล้านคนให้อยู่กันให้ได้เกินครึ่ง ก็ยังไม่ได้ ทะเลาะกันอยู่นั่น คนไม่คนหรอกที่ออกมาพูด แล้วเป็นอย่างไร เดือดร้อนอะไรนักหนา ผมไม่เข้าใจ เรียกมา 7 วัน บอกสิทธิส่วนบุคคล แต่สิทธิที่ผมต้องปกป้องตัวเองมีให้ผมไหม ชื่อเสียงเกียรติยศผมมี ผมมีสิทธิปกป้องตัวเองหรือไม่ ปกป้องคนทำงาน ปกป้องรัฐบาลได้หรือไม่ ไม่มีเลยหรือ ให้ไอ้คนแบบนี้หรือ ปกป้องคนแบบนี้หรือ คดีทุกคดียุ่งหมด เกเรอิทธิพล เป็นส.ส.เข้าไปอีก ตบเมียกลิ้งกลางสนามบิน อย่างนี้หรือ ทำไมไม่ไปว่าเขาเล่า ปกป้องคนเหล่านี้ไว้อยู่ได้ คนที่ทำความเสียหายกับประเทศปกป้องอยู่ได้ เปิดให้พูดอยู่ได้ ผมก็ต้องเอากฎหมายออกมาใช้ให้มันเงียบ ก็ไปคุ้ยให้เขาอีก นี่ผมพูดเต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรมากกว่านี้ หมดแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าการดำเนินการเรื่องการปล่อยตัวบุคคลที่ถูก คสช.ควบคุมตัวปรับทัศนคติ จะชัดเจนอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ให้คสช.เป็นผู้พิจารณา ถ้าพูดกันรู้เรื่องก็โอเค แต่ตนเคยบอกไปแล้วว่าสิ่งที่เคยสัญญาเอาไว้แล้วคือ 1.ต้องไม่ทำอะไรให้เสียหาย และเกิดความรุนแรง 2.ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ และ 3.ระงับธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งทั้ง 3 ข้อ ทุกคนได้เซ็นรับทราบไว้หมดแล้ว ส่วนมาตรการระงับธุรกรรมทางการเงิน ยังไม่ได้ทำเลย และถ้าครั้งหน้าทำผิดอีกจะไม่ทำการตกลงอะไร จะโดนหมดรวบยาวไปเลยขึ้นศาลกันเลย

เมื่อถามย้ำว่าจะคิดที่เรียกมาพูดคุยตกลงอะไรกันอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ไม่คิด จะไปคิดแทนเขาได้ยังไง ตนเป็นคนออกกติกาเขาทำผิดกติกา ต้องไปถามคนทำความผิด จะให้ตนเลือกชื่ออย่างนั้นหรือว่าคนนี้เอา คนนี้ไม่เอาเพราะชื่อเหมือนรองนายกฯ(ประวิตร) อย่างนั้นหรือ ถ้าทำผิดก็ว่าไปตามผิดอย่าไปปกป้องเขาเลย