อธิบดีศาลอาญา - ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดห้องประชุม 100 ปีราชทัณฑ์ประจำศาลอาญา
ที่ห้องควบคุมผู้ต้องขัง ชั้น1ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่11ก.ย.58 เวลา09.30น. นายอธิป จิตต์สำเริง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พร้อมด้วย นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นประธานร่วมกัน เปิดทำการห้องประชุม 100 ปีราชทัณฑ์ ประจำศาลอาญา
โดยนายอธิป จิตต์สำเริง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า ฝ่ายควบคุมผู้ต้องขัง ของราชทัณฑ์ประจำศาลอาญา มีความสำคัญในการควบคุมตัวผู้ต้องขังระหว่างกระบวนพิจารณาคดีของศาล และปัจจุบันมีนักศึกษาและคณะบุคคลจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เดินทางมาดูงานเกี่ยวกับการควบคุมผู้ต้องขังอยู่ตลอด เพราะสามารถช่วยเสริมสร้างประสบการณ์และพัฒนาองค์ความรู้ได้ ทั้งนี้เพื่อให้การบรรยายเกี่ยวกับภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบ ของฝ่ายควบคุมผู้ต้องขัง เกิดประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องมีห้องประชุมไว้ต้อนรับคณะที่มาศึกษาดูงานที่เหมาะสม ขณะเดียวกันเป็นการจัดสร้างในโอกาสครบรอบ 100 ปีกรมราชทัณฑ์ด้วย
ขณะที่นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นสถานที่คุมขังนักโทษใหม่และนักโทษที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกไม่เกิน15ปี ขอยืนยันว่าไม่มีห้องวีไอพีหรือห้องแอร์ มีเพียงพัดลมระบายอากาศ เรามีระบบควบคุมโรคติดต่อร้ายแรง และมีการสุ่มตรวจจู่โจมหาโทรศัพท์มือถือ หรือยาเสพติดในเรือนจำทุกวัน ทุกเดือน ส่วนนักโทษที่แปลงเพศแล้วจะแยกขังไว้กับคนสูงอายุหรือพวกนักโทษที่แปลงเพศด้วยกัน เพื่อป้องกันการถูกข่มขืนจากนักโทษชายด้วยกัน สำหรับนักโทษคดีอุกฉกรรจ์จะใช้เครื่องพันธนาการแน่นหนา จากเบาสุดไปหนักสุด ส่วนพวกที่คิดฆ่าตัวตาย เราจะแยกขังไว้ในห้องพิจารณาที่ตกแต่งผนังห้องให้พิเศษกว่า เพราะบางคนวิ่งเอาหัวชนผนังห้องตาย นอกจากนี้ทางเรือนจำ จะใช้ศาสนาเป็นเครื่องบำบัดกล่อมเกลาจิตใจ โดยจัดให้มีห้องสวดมนต์เจริญภาวนา
"นักโทษคนดัง หรือนักการเมืองคดีหมิ่นประมาท นายตำรวจระดับนายพล นายธนาคาร ทางเรือนจำมีมาตรการดูแลตามปกติเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป ซึ่งผู้ต้องขังมีสิทธิ์ได้รับการเข้าเยี่ยมทุกวัน ส่วนพวกตายผิดปกติ หรือตายในระหว่างควบคุมจนต้องร้องศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพนั้นปัจจุบันมีน้อยลง ส่วนใหญ่ผูกคอตายเพราะโรคซึมเศร้าจึงต้องจัดเจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลเป็นพิเศษ" ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าว





